Food Supplements & Nutrition เปลี่ยนสมรภูมิ โปรตีนสูงโต 126% ใน 2 ปี เมื่อ “ธรรมชาติ–ความสะดวก–การควบคุมสุขภาพ” กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนตลาด

ตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplements and Nutrition: FSN) กำลังก้าวข้ามบทบาทของสินค้าเพื่อสุขภาพเฉพาะกลุ่ม สู่การเป็น โครงสร้างใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ที่ขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมผู้บริโภค ไลฟ์สไตล์เมือง และแรงกดดันด้านคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ประเทศไทยคือหนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด เมื่อ ตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงเติบโตมากกว่า 126% ภายในเวลาเพียงสองปี มีมูลค่าแตะ 4,300 ล้านบาท ในช่วงกลางปี 2025 จากแรงหนุนของกระแสออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพเชิงรุก และการมองหาโภชนาการที่ “ใช้งานได้จริง” ในชีวิตประจำวัน

ขณะที่ในระดับโลก ตลาด FSN ถูกประเมินว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 758.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 เติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี ตอกย้ำว่าหมวดนี้ไม่ใช่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็น New Growth Engine ของอุตสาหกรรมอาหารในทศวรรษหน้า

ผู้บริโภคเปลี่ยนบทบาท จาก “ผู้ซื้อ” เป็น “ผู้ออกแบบสุขภาพ”

อินไซต์จากการวิจัยผู้บริโภคทั่วโลกของ เต็ดตรา แพ้ค ชี้ชัดว่า การตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ FSN วันนี้ ไม่ได้พิจารณาเพียงคุณประโยชน์ทางโภชนาการ แต่ขยับไปสู่ระดับของ “คุณค่าทางอารมณ์และการควบคุมชีวิต”

ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของตลาด ได้แก่

  • การต้องการสุขภาพที่แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง (58%)
  • การเติมสารอาหารให้ครบถ้วนในแต่ละวัน (51%)
  • การตอบโจทย์วันทำงานและชีวิตเร่งรีบ (47%)

ที่น่าสนใจคือ 42% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความรู้สึกว่า ‘ควบคุมสุขภาพของตนเองได้’ มากพอ ๆ กับความสบายใจด้านโภชนาการ (39%) และความรู้สึกสมดุล ผ่อนคลาย (30%)

สำหรับแบรนด์ นี่หมายความว่า FSN ไม่ได้ขายแค่สารอาหาร แต่ขายความมั่นใจและความยั่งยืนของการดูแลสุขภาพ

Ready-to-Drink = Mass Adoption Point ของตลาด

หนึ่งในตัวเร่งการเติบโตที่สำคัญ คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบพร้อมดื่ม ซึ่งทำให้ FSN หลุดจากกรอบ “อาหารเสริม” แบบเดิม สู่การเป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน

  • 59% ของผู้บริโภคทั่วโลกที่ใส่ใจสุขภาพ เลือกผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม
  • ตลาดไทยยังคงพึ่งพาผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มแบบพาสเจอไรซ์สูงถึง 96%
  • ขณะเดียวกัน เครื่องดื่มโปรตีนแบบ UHT กำลังเติบโตเร็ว จากจุดแข็งด้านอายุการเก็บรักษา ความแข็งแรง และการกระจายสินค้า

นี่คือสัญญาณของ การขยายตลาดจาก Niche สู่ Mass และเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการ Scale ธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

“Natural & Gradual Effect” พลิกเกมราคาและ Positioning

หนึ่งในจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของตลาด คือการที่ผู้บริโภค ให้คุณค่ากับส่วนผสมจากธรรมชาติ มากกว่าผลลัพธ์ที่รวดเร็ว

ข้อมูลชี้ว่า

  • 71% ของผู้บริโภคชื่นชอบผลิตภัณฑ์จากแหล่งธรรมชาติ
  • ยอมรับผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป
  • และพร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น หากเชื่อมั่นในคุณค่าและความปลอดภัย

สำหรับแบรนด์ นี่คือโอกาสในการ Reposition สินค้า จาก Functional Product สู่ Premium Health Solution โดยใช้ความโปร่งใสของส่วนผสม ความน่าเชื่อถือ และเรื่องราวของแบรนด์เป็นตัวสร้างมูลค่าเพิ่ม

บรรจุภัณฑ์ = Strategic Asset ไม่ใช่ต้นทุน

ในตลาดที่การแข่งขันสูงและผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคา บรรจุภัณฑ์กลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความแตกต่าง ตั้งแต่ความสะดวก ความเชื่อมั่น ไปจนถึงภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน

ผู้บริโภคกว่า 63% ยังเลือกผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มในรูปแบบดั้งเดิม ทำให้

  • บรรจุภัณฑ์พกพา น้ำหนักเบา เก็บได้นาน
  • ฝาที่ใช้งานง่าย ถูกสุขอนามัย และสอดรับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการแข่งขันบนชั้นวางสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มโปรตีนและอาหารเสริมแบบ UHT

โอกาสผู้ผลิตไทย ในตลาดที่ “โตเร็วและโตลึก”

สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ตลาด FSN ในไทยกำลังขยายตัวทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ จากตลาดเฉพาะกลุ่ม สู่ตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน

ความท้าทายของผู้ผลิตไทยในวันนี้ ไม่ใช่แค่การเข้าสู่ตลาด แต่คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก โภชนาการ และประสบการณ์ผู้บริโภค ควบคู่กับการเลือกแพลตฟอร์มบรรจุภัณฑ์ที่ช่วย Scale ธุรกิจได้จริง

ในเกมที่ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วและความคาดหวังสูงขึ้น FSN จึงไม่ใช่เพียงหมวดสินค้าใหม่ แต่คือ สนามแข่งขันเชิงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมอาหารยุคถัดไป

Food Supplements and NutritionFSNtetrapakตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเต็ดตรา แพ้ค
Comments (0)
Add Comment