เดนทิสเต้เร่งเกมพรีเมียม ปี 2569 ทุ่ม 400 ล้าน ปั้นนวัตกรรม–ขยายอาเซียน–ดึงพลัง “ลิซ่า” หนุนแบรนด์โตระดับเอเชีย

เดนทิสเต้ (DENTISTE’) เดินเกมรุกตลาดออรัลแคร์พรีเมียมเต็มรูปแบบ ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชีย พร้อมอัดงบลงทุนกว่า 400 ล้านบาท ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การขยายตลาดอาเซียน และการต่อยอด Brand Power จาก “ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

นายศิวกร พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า เดนทิสเต้เป็นแบรนด์พรีเมียมออรัลแคร์สัญชาติไทยที่เติบโตสู่ตลาดโลก ด้วยการใช้นวัตกรรมเป็นแกนหลักในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้วในกว่า 27 ประเทศ สะท้อนศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล

ตลาดออรัลแคร์โตตามเทรนด์สุขภาพ ดันพรีเมียมเร่งสปีด
ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 18,500 ล้านบาท เติบโต 6% จากปีก่อน ขณะที่ตลาดระดับพรีเมียมมีมูลค่าราว 4,000 ล้านบาท และเติบโตสูงถึง 10% จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพเชิงป้องกัน และยอมจ่ายเพื่อสินค้าที่มีคุณภาพและนวัตกรรมมากขึ้น

ในตลาดพรีเมียม เดนทิสเต้ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอย่างแข็งแกร่ง ด้วยส่วนแบ่งตลาดราว 30% และมีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาดรวม โดยขยายตัวกว่า 20% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง

นวัตกรรม “เซรั่มฟัน” ตัวเร่งตลาดใหม่
หนึ่งใน Key Driver ของการเติบโต คือกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดยเฉพาะ Dentiste’ Remin เซรั่มฟันที่ใช้เทคโนโลยี BioMin® F จากอังกฤษ ช่วยฟื้นฟูและปกป้องเคลือบฟัน ลดอาการเสียวฟัน และป้องกันฟันผุ ตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภคได้ชัดเจน พร้อมต่อยอดพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่การดูแลช่องปากแบบครบวงจร ทั้ง Remin, Repaire และ Whitening Purple

 3 กลยุทธ์ ขยายฐาน–ปั้นแบรนด์–เร่งการรับรู้

  1. ผู้นำพรีเมียมด้วยนวัตกรรม (Premium Market Leadership & Innovation)
    เดนทิสเต้เปิดตัว “เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ 2026” ยาสีฟันสูตร 10 in 1 ชูการดูแลสุขภาพเหงือกและฟันแบบครบจบในหลอดเดียว ผสาน Postbiotics, Zinc & CPC และสมุนไพรพรีเมียมกว่า 14 ชนิด พร้อมดูแลช่องปากยาวนาน 12 ชั่วโมง ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์นวัตกรรมระดับพรีเมียม
  2. รุกอาเซียน 3 ตลาดศักยภาพ (Regional Market Penetration)
    ปี 2569 เดนทิสเต้โฟกัสการขยายตลาดในไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่ผู้บริโภคเปิดรับสินค้า Premium Brand และมีอิทธิพลจาก Pop Culture สูง โดยใช้ญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นต้นแบบในการสร้าง Brand Acceptance
  3. ต่อยอดพลังแบรนด์แอมบาสเดอร์ (Collaboration with LISA)
    การร่วมงานกับ “ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “4 Years of Trust, One Confident Smile” ช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ในวงกว้าง โดยลิซ่าจะทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ใน 3 ประเทศหลัก เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Y และ Gen Z พร้อมสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

ตลอดปี เดนทิสเต้เตรียมเดินหน้าสื่อสารผ่านแคมเปญโฆษณา กิจกรรมส่งเสริมการขาย และคอลเลกชันพิเศษที่ร่วมกับ LISA อีกกว่า 10 รายการ เพื่อกระตุ้นการทดลองใช้และขยายฐานลูกค้าใหม่

 เป้าหมายระยะยาว ปั้นแบรนด์ไทยสู่ผู้นำเอเชีย
เดนทิสเต้ย้ำว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการสร้าง Brand Loyalty และความผูกพันระยะยาว ผ่านนวัตกรรมและคุณภาพสินค้า พร้อมผลักดันแบรนด์ไทยให้แข็งแรงในเวทีภูมิภาค และก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชียภายในปี 2569

 

Business Direction 2026DentisteLISAตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเดนทิสเต้
Comments (0)
Add Comment