โตชิบา ไทยแลนด์ โตสวน ศก.ซบ 22% ปี 69 เดินหน้ารุกเต็มสูบ ปักธงผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า
ท่ามกลางภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ชะลอตัว โตชิบา ไทยแลนด์ กลับสร้างการเติบโตสวนกระแสอย่างโดดเด่น โดยปี 2568 มีอัตราการเติบโตสูงถึง 22% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ กลยุทธ์สินค้า และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมประกาศทิศทางปี 2569 เดินหน้ารุกเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 30% และก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ในประเทศไทย
เสาวณีย์ สิราริยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของไทยปี 2568 (ช่วงเดือนมกราคม–พฤศจิกายน) ซึ่งรวมตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (ไม่รวมโทรทัศน์) มีมูลค่ารวมประมาณ 70,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนราว 7.1% โดยมีปัจจัยหลักจากยอดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศที่ต่ำกว่าคาด จากสภาพอากาศที่ไม่ร้อนต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรง โตชิบา ไทยแลนด์ ยังคงสามารถเติบโตได้เหนืออุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงและพรีเมียม
พรีเมียมดันยอด โตทุกหมวดหลัก
ผลการดำเนินงานปี 2568 โตชิบาเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า โดยตู้เย็นเติบโต 12.1% ไมโครเวฟ 17% เครื่องซักผ้า 30% เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก 31% และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำเติบโตสูงถึง 60% ขณะที่ภาพรวมตลาดหลายเซ็กเมนต์ยังชะลอตัว
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการตอบรับของผู้บริโภคต่อสินค้าระดับพรีเมียม อาทิ ตู้เย็นมัลติดอร์ที่เติบโตถึง 60% เครื่องซักผ้าฝาหน้าเพิ่มขึ้น 61% พัดลมเติบโต 166% เครื่องทำน้ำอุ่นเติบโต 60% ส่งผลให้ยอดขายรวมทั้งปีแตะ 2.4 ล้านเครื่อง
นอกจากนี้ โตชิบายังรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในระดับเฉลี่ย 16% สูงกว่าภาพรวมตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในทุกปี
มองตลาด 5 ปี ยังโตจำกัด แต่โอกาสยังเปิด
สำหรับแนวโน้มตลาดระยะกลาง โตชิบาประเมินว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยในช่วงปี 2566–2571 จะอยู่ที่ประมาณ 3.8% คิดเป็นมูลค่ารวมราว 105,600 ล้านบาท โดยเครื่องปรับอากาศยังครองสัดส่วนสูงสุดราว 30% รองลงมาคือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก 28% ตู้เย็นและเครื่องซักผ้าอย่างละ 17% และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำ 8%
“จากโครงสร้างตลาดดังกล่าว จะเห็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่และยังมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มยุทธศาสตร์หลักของโตชิบา” เสาวณีย์กล่าว

ปี 2569 เปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ
สำหรับปี 2569 โตชิบา ไทยแลนด์ ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 30% โดยวางแผนขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก ควบคู่กับการยกระดับดีไซน์ เทคโนโลยี และความหลากหลายของสินค้า เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคทุกระดับ พร้อมเร่งเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่าย ทั้งการเพิ่มจุดขาย พนักงานขาย และการปรับโฉมหน้าร้านให้ทันสมัย
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น รวมถึงการยกระดับบริการหลังการขาย อาทิ บริการซ่อมภายใน 24 ชั่วโมง และบริการดูแลสินค้ากลุ่มพรีเมียมถึงบ้าน
เปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 60 รุ่น ครอบคลุม 4 เซ็กเมนต์
อรุณพงศ์ ทองสุทธิ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ระบุว่า ปีนี้โตชิบาเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่มากกว่า 60 รุ่น โดยวางโครงสร้างพอร์ตสินค้า 4 กลุ่ม ได้แก่ Entry, Mass, Premium และ Flagship เพื่อรองรับผู้บริโภคทุกกลุ่มรายได้
ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ ตู้เย็นมัลติดอร์ “KUMO Series” เจเนอเรชัน 2 เครื่องซักผ้าและอบผ้าฝาหน้าดีไซน์ Flatbed design กลุ่มเครื่องครัว และเครื่องใช้ในบ้าน ซึ่งทุกกลุ่มตั้งเป้าเติบโตระดับ 25–30% ขึ้นไป
การตลาดเร่งเข้าหายังเจน
ด้าน ธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า โตชิบาใช้งบการตลาดราว 12.5% ของรายได้ มุ่งเน้นการสื่อสารผ่านแคมเปญ #GoodforBetterLife เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าการใช้งานจริง ควบคู่กับการลงทุนในสื่อนอกบ้าน ดิจิทัล และกิจกรรม ณ จุดขาย
เป้าหมายระยะยาว สู่ผู้นำอาเซียน
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร ย้ำว่า โตชิบา ไทยแลนด์ พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม มาตรฐานคุณภาพญี่ปุ่น และความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของไทย และขยายบทบาทสู่ระดับภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว