เอสซีจีโชว์แกร่งปี 68 กระแสเงินสดทะลุ 5.5 หมื่นล้านบาท หนี้ลดต่อเนื่อง เคาะปันผล 5 บาท/หุ้น ปี 69 เดินหน้ากลยุทธ์ “เข้มข้น–เข้มแข็ง–เสริมแกร่ง–เอาอยู่” รับทุกความท้าทาย
เอสซีจีโชว์แกร่งปี 68 กระแสเงินสดทะลุ 5.5 หมื่นล้านบาท หนี้ลดต่อเนื่อง เคาะปันผล 5 บาท/หุ้น ปี 69 เดินหน้ากลยุทธ์ “เข้มข้น–เข้มแข็ง–เสริมแกร่ง–เอาอยู่” รับทุกความท้าทาย
ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว เอสซีจี (SCG) ยังรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินได้อย่างโดดเด่นในปี 2568 โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ (Adjusted EBITDA) สูงถึง 55,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน สะท้อนวินัยทางการเงินที่เข้มข้น การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างจริงจัง พร้อมลดหนี้สินสุทธิลงได้ถึง 14,845 ล้านบาท และประกาศจ่ายเงินปันผล 5.0 บาทต่อหุ้น เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน ค่าเงินบาทแข็งค่า หนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูกและผลกระทบจากอุทกภัย อย่างไรก็ตาม เอสซีจีสามารถบริหาร “กระแสเงินสด” ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลจากการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้น ทำให้เอสซีจีสามารถ
-
บริหารเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท
-
ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร และลดค่าใช้จ่ายได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี
-
ควบคุมงบลงทุน (CAPEX) เน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงและคืนทุนเร็ว รวม 30,737 ล้านบาท
ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงเหลือ 5.5 เท่า จาก 6.3 เท่า และมีเงินสดคงเหลือปลายปีสูงถึง 52,447 ล้านบาท สะท้อนสถานะทางการเงินที่มั่นคงและพร้อมรับความผันผวนในอนาคต
ในส่วนของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท หรือ 43% ของกำไรสุทธิ โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 2.5 บาทต่อหุ้น และจะจ่ายงวดสุดท้ายอีก 2.5 บาทต่อหุ้นในวันที่ 21 เมษายน 2569
มองปี 2569 เห็นโอกาสท่ามกลางความท้าทาย
เอสซีจีประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยในปี 2569 ยังชะลอตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ
-
ธุรกิจเคมิคอลส์ ที่มีแนวโน้มทรงตัว จากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบอ่อนตัว
-
ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
-
ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ที่ยังเติบโตตามการบริโภคในอาเซียน
-
เวียดนาม ที่เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง คาด GDP โตถึง 7% และเป็นฐานการผลิตสำคัญของเอสซีจี
จากโอกาสดังกล่าว เอสซีจีวางกลยุทธ์หลักปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” ได้แก่
-
เข้มข้น รักษาวินัยการเงิน บริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ ใช้พลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics
-
เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เดินหน้ากลยุทธ์ Regional Optimization ชูเวียดนามเป็นฐานผลิตและส่งออก พร้อมขยายสินค้า SVP, HVA และ Green Products
-
เสริมแกร่ง ลงทุนธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม คาดแล้วเสร็จปลายปี 2570
-
เอาอยู่ เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ด้วยการประเมินความเสี่ยงและโอกาสรอบด้านอย่างต่อเนื่อง
นายธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ปี 2569 จะยังเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่เอสซีจียังคงมุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และแสวงหาโอกาสเติบโตใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถ “เอาอยู่” และเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์