SME D Bank ประกาศผลงานปี 2568 สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ นับเป็นปีที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี หลังสามารถพาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมบริหารจัดการหนี้เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดอัตรา NPL เหลือเพียง 7.9% ต่ำสุดตั้งแต่จัดตั้งธนาคาร สะท้อนเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะสินเชื่อเอสเอ็มอีในระบบธนาคารพาณิชย์ที่หดตัวต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังดูแลช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาวะวิกฤต ผ่านมาตรการพักชำระหนี้และโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินกว่า 32,900 ราย ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ส่งผลให้ NPL หลังออกจากแผนฟื้นฟูเหลือเพียง 2.69% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสินเชื่อเอสเอ็มอีโดยรวม และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) สูงถึง 154%
นายพิชิต ระบุว่า ปี 2568 เป็นอีกปีที่เอสเอ็มอีไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งภัยพิบัติ มาตรการการค้าระหว่างประเทศ และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แตกต่างจาก SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่ยึดแนวคิด “พัฒนาคู่เติมทุน” เดินหน้าเคียงข้างเอสเอ็มอีในทุกสถานการณ์
ด้านการเงิน เตรียมวงเงินสินเชื่อกว่า 20,000 ล้านบาท ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์หลัก อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ได้แก่
-
สินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
-
สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท
-
สินเชื่อ SME Green Productivity หนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว
ควบคู่กับโปรแกรมพัฒนาธุรกิจเชิงลึก ทั้งด้านดิจิทัล AI การเงินเชิงกลยุทธ์ และการเจาะตลาดใหม่ พร้อมดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างโอกาสให้เอสเอ็มอีไทย “อยู่รอด–ไปต่อ–เติบโตยั่งยืน” เป็นพลังสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ