MK GROUP ปั้น “HIKINIKU TO COME” เกมใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่น Specialty

159

จากแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น สู่บททดสอบพลังแบรนด์ในตลาดแข่งขันเดือด เปิดสาขา 3 คอนเซปต์ “ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” ตอกย้ำตัวจริงเรื่องแฮมเบิร์ก

ในวันที่ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเข้าสู่ภาวะ “อิ่มตัวเชิงปริมาณ” แต่ยังเปิดกว้างในเชิง “คุณค่าและประสบการณ์” MK GROUP เลือกเดินเกมแตกต่าง ด้วยการผลักดันแบรนด์ “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ (HIKINIKU TO COME)” ร้านแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Specialty ให้กลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของพอร์ตธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในเครือ

แม้ “แฮมเบิร์ก” จะไม่ใช่เมนูหลักที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอาหารญี่ปุ่นในไทยในทันที แต่ MK GROUP มองว่าเมนูเฉพาะทาง (Specialty Menu) กำลังทำหน้าที่เป็น ตัวเร่งบทใหม่ของตลาด ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความออริจินอล ความพิถีพิถัน และประสบการณ์ที่แตกต่างมากกว่าความหลากหลายของเมนู

อ่านพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านแบรนด์เฉพาะทาง

คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความสำเร็จของ HIKINIKU TO COME สะท้อนกลยุทธ์การพัฒนาแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ซึ่งมองหาอาหารที่มี Authenticity สูง มีเรื่องราว และมีรูปแบบการนำเสนอชัดเจน

“ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่เข้ามาจุดกระแสความสนใจต่อแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Specialty จนผู้บริโภคไทยเริ่มเปิดรับและให้ความนิยมมากขึ้น แม้ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นจะมีการแข่งขันสูงในทุกเซ็กเมนต์ แต่แบรนด์สามารถสร้างการจดจำ และเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่นจากคุณภาพและความพิถีพิถันอย่างแท้จริง”

MK GROUP มองว่าแบรนด์นี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงเสริมสำคัญของพอร์ตอาหารญี่ปุ่นในเครือ และเป็นฐานสำหรับการต่อยอดสู่การเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ทำเล = กลไกเร่ง Brand Visibility

ด้านคุณธีร์ ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ฉายภาพกลยุทธ์การขยายสาขาว่า จะเน้นปักหมุดใน ศูนย์การค้าใจกลางเมือง ซึ่งมีทั้งกำลังซื้อและทราฟฟิกสูงตลอดวัน เพื่อสร้าง Brand Visibility และยอดขายที่สม่ำเสมอในระยะยาว

กลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วยพนักงานออฟฟิศ นักธุรกิจ ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่เปิดรับร้านอาหารแนว Specialty และพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่แตกต่าง

“ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” กลยุทธ์ประสบการณ์เหนือเมนู

ล่าสุด HIKINIKU TO COME เปิดสาขาที่ 3 ในประเทศไทย ณ สยามพารากอน ภายใต้คอนเซปต์ “ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” ซึ่งถูกออกแบบให้แตกต่างจากทุกสาขาเดิมอย่างชัดเจน

ตั้งแต่โทนสีเข้มที่เน้นความเป็นส่วนตัว ทางเข้าตกแต่งด้วยโคมไฟนำเข้าจากญี่ปุ่น ไปจนถึงพื้นที่ภายในที่จัดวางเตาย่างแฮมเบิร์กเอกลักษณ์ไว้กลางร้าน พร้อมที่นั่งเคาน์เตอร์โทนไม้ ให้ลูกค้าได้เห็นทุกขั้นตอนการปรุงอย่างใกล้ชิด เสมือนการ “ค้นพบร้านลับ” ใจกลางแลนด์มาร์กค้าปลีกระดับประเทศ

หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่คอนเซปต์ “บดใหม่ ย่างใหม่ หุงใหม่ ทุกคำ!”
แฮมเบิร์กถูกปรุงสดทีละชิ้น ย่างด้วยเตาถ่านไม้ เสิร์ฟตามลำดับภายใน 1 วินาที เพื่อคงรสสัมผัสฉ่ำ หอม และอูมามิสูงสุด ขณะที่ข้าวถูกหุงใหม่เป็นรอบ ๆ ตลอดทั้งวัน

ซอสพิเศษ สร้างมิติใหม่ของ Flavor

อีกหนึ่งหมากกลยุทธ์คือการเปิดตัวซอสสูตรพิเศษ “ซัลซ่าสไตล์เม็กซิกัน” เฉพาะสาขาสยามพารากอนเท่านั้น เป็นการผสานวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นและเม็กซิกันอย่างลงตัว เติมรสเผ็ดเปรี้ยวสดชื่น โดยไม่กลบเอกลักษณ์ของแฮมเบิร์ก ซึ่งช่วยเพิ่มมิติการรับประทาน และขยายฐานลูกค้าที่ชื่นชอบรสชาติใหม่ ๆ

จากญี่ปุ่น สู่เอเชีย และเกมระยะยาวของ MK GROUP

ปัจจุบัน HIKINIKU TO COME มีทั้งหมด 19 สาขา แบ่งเป็น

  • ญี่ปุ่น 4 สาขา (คิจิโจจิ, ชิบูย่า, เกียวโต, ฟุกุโอกะ)
  • ต่างประเทศในโซนเอเชียและตะวันออกกลาง รวมถึง ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และดูไบ
  • ประเทศไทย 3 สาขา ภายใต้การบริหารของ MK GROUP ที่เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พาร์ค สีลม และสยามพารากอน

ทั้งหมดสะท้อนภาพชัดว่า MK GROUP ไม่ได้มอง HIKINIKU TO COME เป็นเพียงร้านอาหารใหม่ แต่เป็น แพลตฟอร์มการเติบโตของแบรนด์ Specialty ที่พร้อมขยายบทบาทในตลาดโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่ไม่วัดกันแค่จำนวนสาขา แต่ตัดสินกันที่ “คุณค่าในแต่ละคำ”