จากแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น สู่บททดสอบพลังแบรนด์ในตลาดแข่งขันเดือด เปิดสาขา 3 คอนเซปต์ “ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” ตอกย้ำตัวจริงเรื่องแฮมเบิร์ก
ในวันที่ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเข้าสู่ภาวะ “อิ่มตัวเชิงปริมาณ” แต่ยังเปิดกว้างในเชิง “คุณค่าและประสบการณ์” MK GROUP เลือกเดินเกมแตกต่าง ด้วยการผลักดันแบรนด์ “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ (HIKINIKU TO COME)” ร้านแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Specialty ให้กลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของพอร์ตธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในเครือ
แม้ “แฮมเบิร์ก” จะไม่ใช่เมนูหลักที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอาหารญี่ปุ่นในไทยในทันที แต่ MK GROUP มองว่าเมนูเฉพาะทาง (Specialty Menu) กำลังทำหน้าที่เป็น ตัวเร่งบทใหม่ของตลาด ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความออริจินอล ความพิถีพิถัน และประสบการณ์ที่แตกต่างมากกว่าความหลากหลายของเมนู
อ่านพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านแบรนด์เฉพาะทาง
“ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่เข้ามาจุดกระแสความสนใจต่อแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Specialty จนผู้บริโภคไทยเริ่มเปิดรับและให้ความนิยมมากขึ้น แม้ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นจะมีการแข่งขันสูงในทุกเซ็กเมนต์ แต่แบรนด์สามารถสร้างการจดจำ และเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่นจากคุณภาพและความพิถีพิถันอย่างแท้จริง”
MK GROUP มองว่าแบรนด์นี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงเสริมสำคัญของพอร์ตอาหารญี่ปุ่นในเครือ และเป็นฐานสำหรับการต่อยอดสู่การเติบโตในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ทำเล = กลไกเร่ง Brand Visibility
กลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วยพนักงานออฟฟิศ นักธุรกิจ ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่เปิดรับร้านอาหารแนว Specialty และพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่แตกต่าง
“ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” กลยุทธ์ประสบการณ์เหนือเมนู
ล่าสุด HIKINIKU TO COME เปิดสาขาที่ 3 ในประเทศไทย ณ สยามพารากอน ภายใต้คอนเซปต์ “ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” ซึ่งถูกออกแบบให้แตกต่างจากทุกสาขาเดิมอย่างชัดเจน
ตั้งแต่โทนสีเข้มที่เน้นความเป็นส่วนตัว ทางเข้าตกแต่งด้วยโคมไฟนำเข้าจากญี่ปุ่น ไปจนถึงพื้นที่ภายในที่จัดวางเตาย่างแฮมเบิร์กเอกลักษณ์ไว้กลางร้าน พร้อมที่นั่งเคาน์เตอร์โทนไม้ ให้ลูกค้าได้เห็นทุกขั้นตอนการปรุงอย่างใกล้ชิด เสมือนการ “ค้นพบร้านลับ” ใจกลางแลนด์มาร์กค้าปลีกระดับประเทศ
หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่คอนเซปต์ “บดใหม่ ย่างใหม่ หุงใหม่ ทุกคำ!”
แฮมเบิร์กถูกปรุงสดทีละชิ้น ย่างด้วยเตาถ่านไม้ เสิร์ฟตามลำดับภายใน 1 วินาที เพื่อคงรสสัมผัสฉ่ำ หอม และอูมามิสูงสุด ขณะที่ข้าวถูกหุงใหม่เป็นรอบ ๆ ตลอดทั้งวัน
ซอสพิเศษ สร้างมิติใหม่ของ Flavor
อีกหนึ่งหมากกลยุทธ์คือการเปิดตัวซอสสูตรพิเศษ “ซัลซ่าสไตล์เม็กซิกัน” เฉพาะสาขาสยามพารากอนเท่านั้น เป็นการผสานวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นและเม็กซิกันอย่างลงตัว เติมรสเผ็ดเปรี้ยวสดชื่น โดยไม่กลบเอกลักษณ์ของแฮมเบิร์ก ซึ่งช่วยเพิ่มมิติการรับประทาน และขยายฐานลูกค้าที่ชื่นชอบรสชาติใหม่ ๆ
จากญี่ปุ่น สู่เอเชีย และเกมระยะยาวของ MK GROUP
ปัจจุบัน HIKINIKU TO COME มีทั้งหมด 19 สาขา แบ่งเป็น
- ญี่ปุ่น 4 สาขา (คิจิโจจิ, ชิบูย่า, เกียวโต, ฟุกุโอกะ)
- ต่างประเทศในโซนเอเชียและตะวันออกกลาง รวมถึง ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และดูไบ
- ประเทศไทย 3 สาขา ภายใต้การบริหารของ MK GROUP ที่เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พาร์ค สีลม และสยามพารากอน
ทั้งหมดสะท้อนภาพชัดว่า MK GROUP ไม่ได้มอง HIKINIKU TO COME เป็นเพียงร้านอาหารใหม่ แต่เป็น แพลตฟอร์มการเติบโตของแบรนด์ Specialty ที่พร้อมขยายบทบาทในตลาดโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่ไม่วัดกันแค่จำนวนสาขา แต่ตัดสินกันที่ “คุณค่าในแต่ละคำ”