ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพจัดงาน APRACA Regional Policy Forum เวทีนโยบายภาคการเกษตรระดับภูมิภาค ภายใต้หัวข้อ “Transforming Agriculture through Value Chain Development, Brand Building, and Cross Border Trade” เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการพัฒนาเกษตรกรรมและชนบทในระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาค พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์และองค์ความรู้ในการสนับสนุนเงินทุนและการยกระดับภาคเกษตรจากการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงให้สามารถยกระดับภาคการเกษตรระดับภูมิภาคไปสู่ระดับโลก
ในโอกาสนี้ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมประชุมในฐานะเจ้าภาพการจัดงานและเน้นย้ำบทบาท ธ.ก.ส. ในการเป็นสะพานเชื่อมภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนภาคการเกษตร และมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก APRACA รวมถึงผู้แทนจากสมาคมสินเชื่อเกษตรและชนบทแห่งภาคพื้นแอฟริกาหรือ AFRACA (African Rural and Agricultural Credit Association) จำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภูมิภาคเอเชีย–แอฟริกาอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องบอลรูมวิภาวดี ซี โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสมาชิก APRACA พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรรมและชนบทอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงสถาบันการเงินและภาคีเครือข่ายในการพัฒนาจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเกษตรกรในภูมิภาค รวมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีทั้งด้านการเงินและการเกษตรที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ทั้งในมิติการกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย การถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การดำเนินงานจริงของประเทศไทย ตลอดจนการขับเคลื่อนการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ–หมุนเวียน–สีเขียว (BCG) สู่การปฏิบัติในระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับภาคเกษตรจากการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การผลิตในรูปแบบเกษตรมูลค่าสูงที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยในระดับสากล
นอกจากนี้ ในการจัดงาน RPF ครั้งนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อม ธ.ก.ส. ในการเป็นผู้นำการขับเคลื่อนบทบาทด้านการเกษตร การเงินภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก โดยนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. จะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร APRACA เป็นระยะเวลา 2 ปี (2569 – 2571) ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยและ ธ.ก.ส. ในการผลักดันความร่วมมือด้านการสนับสนุนเงินทุนและการพัฒนาเกษตรกรรมของภูมิภาคในระยะยาว โดย ธ.ก.ส. พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรและชนบท ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างภูมิภาค ผ่านกลไกการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) ที่พร้อมยกระดับภาคการเกษตรทุกมิติ ประกอบด้วย การสนับสนุนเงินทุนเพื่อภาคการเกษตร (Funding) การส่งเสริมองค์ความรู้ใหม่ด้านเทคโนโลยีและการเกษตร (Technology) การพัฒนาคุณภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตร (Value Added) และการพัฒนาการตลาดและช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตร (Knowledge and Marketing)เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากอย่างมั่นคงและยั่งยืน