เอปสัน พลิกเกม B2B ฝ่าวิกฤตตลาด สูตรเติบโตเชิงคุณค่าในวันที่องค์กรต้อง “ลงทุนอย่างฉลาด”

274

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตั้งแต่แรงกดดันเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงความผันผวนของกำลังซื้อผู้บริโภค ตลาดเทคโนโลยีกำลังเข้าสู่ยุคของ “การลงทุนอย่างระมัดระวัง” องค์กรต่าง ๆ ไม่ได้หยุดลงทุน แต่เลือกลงทุนในสิ่งที่สร้าง ประสิทธิภาพ วัดผลได้ และให้ผลตอบแทนระยะยาว

ท่ามกลางบริบทนี้ เอปสัน ประเทศไทย กลับค้นพบโอกาสสำคัญจากตลาดองค์กร (B2B) ซึ่งเติบโตสวนทางกับตลาดผู้บริโภค พร้อมวางเป้าหมายเติบโต ไม่น้อยกว่า 5% ในปี 2569 ภายใต้ยุทธศาสตร์ Customer Value First ที่เน้น “คุณค่ารวม” มากกว่าสงครามราคา

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ภาพรวมปี 2568 เป็นปีแห่งความระมัดระวัง ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย SME เลื่อนการลงทุน ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่เข้มงวดกับงบประมาณและยืดกระบวนการจัดซื้อออกไป อย่างไรก็ตาม “ความต้องการพื้นฐานของระบบธุรกิจยังคงอยู่” และนี่คือช่องว่างที่เทคโนโลยีเชิงประสิทธิภาพเข้ามามีบทบาท

B2B: เครื่องยนต์หลักในวันที่ตลาดผู้บริโภคชะลอ

แม้รายได้รวมของบริษัทคาดว่าจะทรงตัว และตลาด B2C มีแนวโน้มลดลงราว 5% แต่พอร์ต B2B กลับเติบโตอย่างโดดเด่น

  • เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ เติบโต 40%
  • สแกนเนอร์ เติบโต 25%
  • เครื่องพิมพ์ฉลากสี ColorWorks เติบโต 20%
  • เครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา เติบโต 10%
  • หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เติบโต 20%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของตลาดองค์กร: บริษัทต่าง ๆ กำลังเร่งลงทุนในระบบที่ช่วย ลดต้นทุนระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการขยายตัวในอนาคต

เอปสันเลือกโฟกัสตลาด Mid-High อย่างชัดเจน พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร เช่น ระบบบริหารเครือข่ายงานพิมพ์ EcoFleet Management และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตระกูล SureColor สำหรับงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ซึ่งตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่ต้องการเทคโนโลยีรุ่นใหม่เพื่อยกระดับการแข่งขัน

นี่ไม่ใช่เพียงการขายฮาร์ดแวร์ แต่คือการขาย “ระบบนิเวศของโซลูชัน”

Digital Transformation + AI: ตัวเร่งการลงทุนรอบใหม่

ปี 2569 ถูกมองว่าเป็นจุดเร่งสำคัญของ Digital Transformation ในองค์กรไทย การนำ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ไม่ได้เป็นทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นเงื่อนไขของความสามารถในการแข่งขัน

เอปสันวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ ผ่านโซลูชันที่ผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการแบบครบวงจร โดยเฉพาะการผลักดันให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์สู่ระบบอิงค์เจ็ทที่มี ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ต่ำกว่า และใช้พลังงานน้อยกว่า

ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทแบ่งทิศทางการเติบโตออกเป็นสองแกน

B2C: Defense & Premiumization รักษาฐานตลาดเดิม พร้อมยกระดับสินค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียม เช่น EcoTank รุ่นใหม่ และโปรเจคเตอร์ Lifestudio Series ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

B2B: Acceleration & Expansion เร่งขยายตลาดผ่านเครือข่ายพาร์ทเนอร์ พัฒนาโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม (Vertical Solutions) สำหรับสาธารณสุข การศึกษา และภาคการผลิต

ยุทธศาสตร์นี้สะท้อนการเคลื่อนจาก “Product-centric” สู่ “Solution-centric” อย่างชัดเจน

Service Excellence: สนามแข่งขันที่แท้จริง

ในตลาดองค์กร บริการหลังการขายคือปัจจัยชี้ขาด เอปสันจึงลงทุนยกระดับระบบบริการภายใต้แนวคิด Operational Excellence

บริษัทมีศูนย์บริการ 175 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีม On-site Service ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเริ่มใช้ระบบ Service CRM แบบเรียลไทม์ที่รองรับ Smart Routing และแดชบอร์ดติดตามผลแบบ 360 องศา

นอกจากนี้ยังพัฒนา Partner Community Hub และจัดตั้ง Thailand & Regional Parts Central Hub เพื่อเพิ่มความพร้อมของอะไหล่ ลดเวลาหยุดชะงักของลูกค้าองค์กร

ในยุคที่ทุกนาทีของการหยุดทำงานมีต้นทุนสูง “ความเร็วและความแม่นยำของบริการ” กลายเป็นคุณค่าที่ลูกค้ายอมจ่าย

ESG: จากความรับผิดชอบสู่โอกาสทางธุรกิจ

เอปสันมอง ESG ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่เป็น โครงสร้างต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจระยะยาว

นวัตกรรมอย่างเทคโนโลยี Heat-Free และระบบรีไซเคิลกระดาษ PaperLab ช่วยลดพลังงานและของเสีย ขณะที่โครงการรีไซเคิลขวดหมึกซึ่งดำเนินต่อเนื่อง 5 ปี สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้กว่า 50,000 ขวด ผลิตเป็นโต๊ะเรียนเพื่อชุมชน

แคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” ซึ่งเดินหน้าปีที่ 3 ใช้กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อสะท้อนปัญหาโลกร้อน และเปลี่ยนเป็นสื่อการเรียนรู้ในโรงเรียน

ในมุมธุรกิจ ESG กลายเป็น “ภาษากลาง” ที่องค์กรขนาดใหญ่ใช้ประเมินซัพพลายเออร์ เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขของการเข้าถึงตลาดใหม่

มองไปข้างหน้า: การสร้าง S-Curve ใหม่

ความสำเร็จของ B2B ในช่วงตลาดผันผวนถือเป็นบทพิสูจน์ของทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำ แต่ความท้าทายต่อไปคือการสร้าง S-Curve ใหม่ เพื่อการเติบโตระยะยาว

เอปสันวางเดิมพันบนสามแกนหลัก:

  1. โซลูชันอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
  2. บริการเชิงระบบที่วัดผลได้
  3. เทคโนโลยีสีเขียวที่สอดคล้อง ESG

ในโลกที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว บริษัทที่ชนะคือบริษัทที่สร้าง “คุณค่ารวม” ให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และในสมรภูมิที่องค์กรต้องลงทุนอย่างชาญฉลาด เอปสันกำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มากกว่าผู้จำหน่ายเทคโนโลยี