ศุภาลัย เผยผลประกอบการปี 2568 ฝ่ามรสุมอสังหาฯ กวาดรายได้รวม 24,772 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท ชูตลาด “ออสเตรเลีย” ขึ้นแท่น New Growth Engine ดันยอดขายโตกระฉูด 370% พร้อมบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลรวม 1.25 บาท/หุ้น ด้านแผนปี 2569 รุกเปิด 28 โครงการใหม่ทั่วประเทศ ตั้งเป้ารายได้ 2.7 หมื่นล้าน
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคงแม้จะเผชิญกับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ โดยสามารถทำรายได้รวมได้ถึง 24,772 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,015 ล้านบาท
ผลงานปี 68: ตลาดตจว.-ออสเตรเลีย หนุนแกร่ง
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในปีที่ผ่านมา มาจากการบริหารพอร์ตโครงการอย่างสมดุลทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่าง ภูเก็ต ชลบุรี และเชียงใหม่ ที่มียอดขายโดดเด่น
- โครงการแนวราบ: สร้างยอดขายได้ถึง 17,087 ล้านบาท ตอบโจทย์ดีมานด์ที่อยู่อาศัยจริง
- คอนโดมิเนียม: มียอดขาย 9,162 ล้านบาท จากโครงการพร้อมอยู่และระหว่างก่อสร้างใกล้รถไฟฟ้า
- พอร์ตต่างประเทศ: การลงทุนในประเทศ “ออสเตรเลีย” กลายเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ (New Growth Engine) โดยมียอดขายประมาณ 14,400 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 370% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
จากผลกำไรที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 1.25 บาทต่อหุ้น * จ่ายไปแล้วในครึ่งปีแรก 0.55 บาท คงเหลือจ่ายอีก 70 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569
กางแผนปี 69: บุกทำเลใหม่ “สุพรรณบุรี-เกาะสมุย”
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 ศุภาลัยตั้งเป้าหมายเชิงรุก (Aggressive Target) โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 30,000 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้ 27,000 ล้านบาท ไฮไลต์แผนการดำเนินงานปี 2569:
- เปิดตัว 28 โครงการใหม่: มูลค่ารวมประมาณ 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 23 โครงการ และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ
- ขยายอาณาจักร 30 จังหวัด: เตรียมบุกทำเลศักยภาพใหม่ที่มีดีมานด์สูง อาทิ จังหวัดสุพรรณบุรี และ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
- กลยุทธ์การบริหาร: เน้นการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกระดับราคา และเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่ปิดการขายได้รวดเร็ว (Fast-move) ควบคู่ไปกับการบริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
“ศุภาลัยพร้อมยกระดับกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยเรามุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงในทุกพื้นที่ และมั่นใจว่าด้วยพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งและแผนการขยายพอร์ตที่ชัดเจนจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่วางไว้” นายไตรเตชะ กล่าวสรุป