CRC เร่งเกมค้าปลีกอาเซียน ทุ่มงบ 1.8 หมื่นล้าน ปลดล็อกการเติบโต ดันกลยุทธ์ “Innovation in Action” ปักหมุดไทย–เวียดนาม

ในยุคที่อุตสาหกรรมค้าปลีกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน กำลังซื้อที่เปลี่ยนไป ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เคลื่อนสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ยังคงเดินหน้าเร่งเครื่องการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่สำหรับปี 2569 ด้วยงบประมาณกว่า 16,000–18,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจในสองตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ ประเทศไทยและเวียดนาม

การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขยายสาขา แต่สะท้อนการวางรากฐานการเติบโตระยะยาวของ CRC ผ่านกลยุทธ์ใหม่ที่เรียกว่า “Innovation in Action” ซึ่งมุ่งใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และข้อมูลลูกค้าเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกสู่ยุคใหม่

ไทย–เวียดนาม สองเสาหลักการเติบโต

สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า แม้สภาพเศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนจากหลายปัจจัย แต่ CRC ยังคงสามารถสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปี 2568 จากการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ ‘New Heights, Next Growth’ ซึ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจหลัก พร้อมสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่อย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในกุญแจสำคัญของการเติบโต คือการปรับโฟกัสธุรกิจไปยังตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะ ประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันถือเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท ณ สิ้นปี 2568 CRC มีเครือข่ายธุรกิจในประเทศไทยรวม 3,596 ร้านค้า ครอบคลุม 63 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วนยอดขายประมาณ 80% ขณะที่ในเวียดนามมี 127 ร้านค้า ใน 26 จังหวัด จากทั้งหมด 34 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วนยอดขายประมาณ 20%

อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า คือแพลตฟอร์มสมาชิก The 1 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในเวียดนาม โดยสามารถขยายฐานสมาชิกได้มากกว่า 4.3 ล้านราย ภายในเวลาไม่กี่ปี การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดค้าปลีกเวียดนาม ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน

ไทวัสดุ ดาวรุ่งธุรกิจ Hardline

ในพอร์ตธุรกิจของ CRC หนึ่งในกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุดคือ ธุรกิจฮาร์ดไลน์ โดยเฉพาะแบรนด์ “ไทวัสดุ” ซึ่งกลายเป็นผู้เล่นเบอร์หนึ่งในตลาด DIY Home Retail ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไทวัสดุขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมี 89 สาขา ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถสร้างยอดขายในปี 2568 สูงถึง 43,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 9% ต่อปี พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้านในประเทศไทย แม้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญภาวะชะลอตัวในบางช่วง แต่ตลาดรีโนเวทบ้านและการปรับปรุงที่อยู่อาศัยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจประเภท DIY และ Home Improvement ยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว

นอกจากไทวัสดุแล้ว CRC ยังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่อย่าง Auto 1 ซึ่งเป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร โดยในปี 2568 บริษัทเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 13 แห่ง ส่งผลให้มีเครือข่ายรวม 53 สาขา และในปี 2569 บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 53 แห่ง เพื่อให้มีเครือข่ายรวม 106 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับการให้บริการด้านยานยนต์แบบครบวงจร

กลยุทธ์ Innovation in Action

สำหรับปี 2569 CRC วางกลยุทธ์การเติบโตภายใต้แนวคิด “Innovation in Action” ซึ่งเน้นการยกระดับศักยภาพองค์กรผ่าน 3 แกนหลัก

  1. ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบไร้รอยต่อ หนึ่งในเทรนด์สำคัญของค้าปลีกยุคใหม่คือ Omnichannel Retail หรือการเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและโลกออนไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว ในปี 2568 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์ของ CRC เติบโตถึง 14% สะท้อนการขยายตัวของพฤติกรรมการช้อปปิ้งดิจิทัล บริษัทจึงเร่งพัฒนาแพลตฟอร์ม Omnichannel ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผ่านบริการต่าง ๆ เช่น
  • Personal Shopper
  • Chat & Shop
  • Click & Collect
  • Reserve & Collect

รวมถึงการนำ AI มาใช้ในการค้นหาสินค้า วิเคราะห์โปรโมชั่น และนำเสนอคูปองเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกและตรงใจมากขึ้น ขณะเดียวกัน CRC ยังปรับโฉมพื้นที่ร้านค้าให้กลายเป็น Lifestyle Space ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง เช่น โซนอาหาร โซนเกม หรือกิจกรรมอีเวนต์ เพื่อเพิ่มทราฟฟิกและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า

  1. รีดีไซน์สินค้าและคอนเซปต์ร้านค้า CRC ยังเดินหน้าปรับโฉมสินค้าและร้านค้าให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ในประเทศเวียดนาม ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! จะเน้นเพิ่มสินค้าในกลุ่ม เบเกอรี่ อาหารพร้อมรับประทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และ Private Label

ขณะที่ในประเทศไทย บริษัทจะเพิ่มแบรนด์แฟชั่นจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งขยายร้าน KIS Beauty และ LOOKS ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream มากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของค้าปลีกยุคใหม่ ที่ต้องผสมผสานทั้ง สินค้า แบรนด์ และประสบการณ์ เข้าด้วยกัน

  1. ขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI และ Data อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ CRC คือการใช้ Data และ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพองค์กร บริษัทได้พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทางให้เป็น Single Customer View ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ CRC สามารถ
  • วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้ลึกขึ้น
  • ทำการตลาดแบบ Personalized
  • บริหารสินค้าและราคาอย่างแม่นยำ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสต๊อกและซัพพลายเชน

การนำเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจเช่นนี้ กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก

เปิดเกมขยายสาขา 26 แห่ง

เพื่อสนับสนุนการเติบโตในปี 2569 CRC เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 22–26 แห่ง พร้อมรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่ง

แผนการขยายธุรกิจในประเทศไทย ได้แก่

  • Tops 8–10 สาขา
  • GO Wholesale 2 สาขา
  • ไทวัสดุ 3–5 สาขา

ส่วนในประเทศเวียดนาม บริษัทมีแผนเปิด

  • ศูนย์การค้า GO! 1 แห่ง
  • ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 2 แห่ง
  • ซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 แห่ง

นอกจากนี้ CRC ยังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอื่น ๆ รวมถึงโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจ

จากค้าปลีกไทย สู่แพลตฟอร์มค้าปลีกอาเซียน

สำหรับ CRC เป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้นำค้าปลีกในประเทศไทย แต่กำลังมุ่งสู่การเป็น Regional Retail & Wholesale Platform

“ลูกค้าคือหัวใจสำคัญของทุกย่างก้าวในการดำเนินธุรกิจ เราจะเดินหน้าสร้างนวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ” สุทธิสารกล่าว

ภายใต้แนวคิด ‘Retail & Wholesale for All’  CRC กำลังขยายบทบาทของตนเองจากผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็น ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในภูมิภาค และหากแผนการลงทุนและกลยุทธ์ “Innovation in Action” สามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย ปี 2569 อาจเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ CRC ก้าวขึ้นสู่การเป็น หนึ่งในแพลตฟอร์มค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน

Central RetailCRCInnovation in Actionเซ็นทรัล รีเทล
Comments (0)
Add Comment