Space Edition จับมือ Magniflex ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 เดินหน้าสร้างนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาพระยะยาว ผสานเฟอร์นิเจอร์ลักชูรีสัญชาติอิตาลีกับนวัตกรรมเครื่องนอนด้านสรีระศาสตร์ ชูแนวคิด “Longevity Living” ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งดีไซน์ คุณภาพการนอน และการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
Space Edition (สเปซ อีดิชั่น) นำเสนอแนวคิดเฟอร์นิเจอร์ที่ก้าวข้ามการเป็นเพียงเครื่องเรือน สู่การเป็นงานศิลปะเพื่อการใช้ชีวิต (Functional Art) ผ่านการคัดสรรวัสดุ งานฝีมือ และแนวคิดการออกแบบ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะและวัฒนธรรมอิตาลีอย่างลึกซึ้ง โดยเฟอร์นิเจอร์ของ Space Edition เป็นที่ยอมรับในกลุ่มบุคคลชั้นนำ รวมถึงสถานที่ชั้นนำระดับโลก อาทิ พิพิธภัณฑ์ดอร์เซย์ (Musée d’Orsay) กรุงปารีส โรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำที่เทือกเขาโดโลไมต์ (Dolomites) อิตาลี, เทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss Alps), คูร์เชเวล (Courchevel) ฝรั่งเศส และล่าสุดที่หมู่บ้านนักกีฬาของการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina Olympics 2026 ที่ผ่านมา ดังนั้นโชว์รูมของ Space Edition จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ แต่ได้รับการออกแบบให้เป็น พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ (Inspiration Space) ที่รวบรวมเรื่องราวของงานดีไซน์ งานฝีมือ และประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับลักชูรีไว้ในที่เดียว
จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา Magniflex จึงเดินหน้าขยายตลาดในประเทศไทยต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 ด้วยแนวคิด “Blue Zone Inspired Longevity” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “Blue Zone” หรือพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืนยาวที่สุดในโลก โดยแบรนด์เชื่อว่าปัจจัยสำคัญของอายุยืนไม่ได้อยู่เพียงแค่โภชนาการหรือการออกกำลังกาย แต่รวมถึง คุณภาพของการพักผ่อนที่ดีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพในระยะยาว หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการนำเสนอนวัตกรรมที่นอนหลากหลายรุ่น ประกอบด้วย MagniStretch, Diamante, Dolce Vita, MagniCool, และ Massagio ซึ่งพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีด้านการรองรับสรีระขั้นสูง พร้อมการรับรองด้วยวิทยาศาสตร์การนอนอย่างมีหลักการ ได้รับการรับรองจาก American Chiropractic Association (ACA) สร้างจุดยืดของการผสานงานของงานช่างฝีมืออันประณีต (craftsmanship) ให้เข้ากับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การนอนได้อย่างลงตัว
มรดกแห่งศิลป์จากอิตาลี สู่แนวคิดความยั่งยืนของการใช้ชีวิต
Space Edition และ Magniflex มีวิสัยทัศน์ร่วมกันที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ยั่งยืน ผ่านงานฝีมืออันประณีต ในแบบฉบับอิตาลี ผ่านแนวคิดหลัก ประกอบด้วย
- Longevity of Craftsmanship: หัวใจสำคัญของแบรนด์คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนาน พร้อมคงประสิทธิภาพการรองรับสรีระอย่างต่อเนื่อง สะท้อนมาตรฐานของความเป็นแบรนด์ Elite Italian Sleep-Tech อย่างแท้จริง
- Longevity of Design (Italian Craftsmanship): Space Edition ถ่ายทอดเอกลักษณ์งานฝีมืออิตาลี ผ่านแนวคิด “Timeless Artistry in Design” หรือดีไซน์เหนือกาลเวลา ที่ผสานความงดงามเข้ากับหลักสรีระศาสตร์อย่างแม่นยำ เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นไม่เพียงเติมเต็มพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนรสนิยมและคุณค่าแก่บ้านและผู้อยู่อาศัยได้อย่างยั่งยืน
นวัตกรรมเพื่อการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ
ข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการนอนหลับไม่ได้เกิดจากที่นอนไม่ได้มาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากภาวะนอนไม่หลับจากสรีระที่ไม่ถูกต้อง[1] หรือแม้กระทั่งการวิตกกังวลที่ทำให้เป็นปัญหาการนอนอันดับต้น ๆ คือ Sleep Anxiety หรือความกังวลสะสมที่ส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ก่อนการนอนหลับ ด้วยปรัชญาที่เชื่อว่า “การนอนที่ดีคือรากฐานของสุขภาพที่ยั่งยืน” Magniflex จึงพัฒนาแนวคิด “Longevity of Life” ผ่านนวัตกรรมที่นอนรุ่น MagniStretch รวมถึงที่นอนรุ่นอื่นของแบรนด์ ซึ่งผสานเทคโนโลยีการรองรับสรีระเข้ากับการออกแบบสภาพแวดล้อมการนอนที่ช่วยสร้างสมดุลให้ทั้งร่างกายและจิตใจ
นวัตกรรมที่นอนรุ่น MagniStretch มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยปลดล็อกปัญหาการนอนหลับ ได้แก่
- Posture Support Technology: เทคโนโลยีการรองรับสรีระที่ช่วยกระจายแรงกดทับ ลดการพลิกตัวระหว่างการนอน และช่วยให้ร่างกายเข้าสู่การพักผ่อนอย่างล้ำลึก
- Advanced Features: การใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติระบายอากาศและควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Zaragoza ประเทศสเปน ศึกษาเทคโนโลยี MagniStretch ซึ่งออกแบบให้รองรับการยืดกระดูกสันหลังในแนว 180 องศาจากศีรษะถึงปลายเท้า เพื่อลดแรงกดทับที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง แตกต่างจากที่นอน Memory Foam ทั่วไปที่เน้นการกระจายน้ำหนัก 360 องศา โดยปลอกที่นอนสามารถถอดซักได้ และถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังหรือภาวะเส้นประสาทถูกกดทับจากกระดูกสันหลัง
ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในปี 2569
จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา Magniflex สร้างการเติบโตของยอดขายในประเทศไทยมากกว่า 20% สะท้อนดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมและสายสุขภาพ ซึ่งกลายเป็นแรงส่งสำคัญให้ทั้ง Space Edition และ Magniflex เดินหน้าขยายเกมธุรกิจในปี 2569 อย่างจริงจัง
แผนการดำเนินงานปีนี้จะมุ่งขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรี และธุรกิจ Health & Lifestyle เช่น คลินิกสุขภาพระดับพรีเมียม เพื่อยกระดับ “ประสบการณ์การพักผ่อน” ให้ใกล้เคียงมาตรฐานโรงแรมระดับ 5 ดาว และเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ทั้งสองแบรนด์ยังเตรียมรุกกลยุทธ์การตลาดเชิงลึก เจาะกลุ่ม HNWIs (High Net Worth Individuals) ผ่านการสร้าง Brand Experience ที่เชื่อมโยงในระยะยาว เพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
ในเชิงยุทธศาสตร์ Space Edition และ Magniflex ตั้งเป้าขยับสู่การเป็นผู้นำภายใต้แนวคิด “The Italian Standard of Mastery” ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านงานออกแบบและมาตรฐานการผลิตระดับโลก ควบคู่กับการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ จากทิศทางการขยายธุรกิจและการทำตลาดเชิงรุก คาดว่ายอดขายของทั้งสองแบรนด์ในปี 2569 จะเติบโต “เท่าตัว” จากปีก่อนหน้า ตอกย้ำศักยภาพของตลาดลักชูรี-เวลเนสที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องในประเทศไทย
[1] medical research (2024–2026) from the United States (e.g., OHSU, Stanford) and Europe (e.g., The Lancet, Oxford Sleep, Semmelweis)