BKIH โชว์แกร่งฝ่าวิกฤต ปี 68 กำไรทะลุ 3.1 พันล้าน ปักหมุดปี 69 โตต่อ ชู ‘Fast & Flexible’ พลิกเกมประกันยุคใหม่

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ธุรกิจประกันวินาศภัยไทยยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH กลับสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ทำกำไรสุทธิ 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท ตอกย้ำสถานะความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพในการบริหารธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย โดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI  เป็นผู้สะท้อนภาพรวมความสำเร็จดังกล่าว

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน

แม้รายได้จากการประกันภัยจะอยู่ที่ 31,350 ล้านบาท เติบโตเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่โดดเด่นคือคุณภาพของกำไรที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริษัทลูกหลักอย่างกรุงเทพประกันภัย (BKI) ที่สามารถทำกำไรสุทธิ 3,121 ล้านบาท เติบโต 1.3% และถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้ต้องเผชิญเหตุการณ์มหันตภัยทั้งแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ รวมถึงต้นทุนประกันภัยต่อที่เพิ่มสูงขึ้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านวินัยการรับประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยยืนยันความมั่นคงขององค์กร คือการได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับ A- (Stable) จาก Standard & Poor’s อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในระดับสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้เอาประกันภัย

สำหรับปี 2569 BKIH ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่คาดไว้ราว 2.5–3.5% โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และความตื่นตัวของผู้บริโภคต่อความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยท้าทายจากกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และต้นทุนด้านพลังงานที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก

ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทจึงประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘Year of Fast and Flexible Mindset’ หรือการสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัวและตอบสนองได้รวดเร็วมากขึ้น โดยมุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างทันท่วงที ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการ และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดของรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบเดิม

นางสาวลสา โสภณพนิช

ในด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ ระบุว่า บริษัทมุ่งพัฒนา ‘Lifestyle Insurance’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ประเภท 3+ Super Special ที่เน้นความคุ้มค่า ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่เพิ่มความคุ้มครองสำหรับสัตว์เลี้ยงตามเทรนด์ Pet Humanization รวมถึงประกันโรคร้ายแรงที่ออกแบบให้ครอบคลุมความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และประกันนักดำน้ำที่ตอบโจทย์กลุ่มกิจกรรมเฉพาะทาง

ขณะเดียวกัน บริษัทยังขยายบทบาทสู่การพัฒนาประกันภัยเพื่อสังคม หรือ Micro Insurance เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชนในวงกว้าง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่าย เบี้ยประกันภัยไม่สูง และตอบโจทย์กลุ่มเปราะบาง เช่น ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยราคา 599 บาท ประกันภัยสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง และประกันภัยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่ในระยะยาว

นางสาวปวีณา จูชวน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กร คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับการให้บริการ โดย นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทได้นำ AI และ Data Analytics เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในหลายมิติ ทั้งระบบ AI Claims ที่ช่วยเร่งกระบวนการพิจารณาสินไหม ระบบ LINE OA สำหรับการแจ้งเคลมรถยนต์แบบครบวงจร รวมถึง AI Voice Analytics ที่ช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าเชิงลึก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาบริการแบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Experience

ในมิติของความยั่งยืน BKIH ยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วน ผ่านการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมีทั้งโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ การพัฒนาประกันภัยสำหรับกลุ่มอาชีพเสี่ยง และการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของลูกค้า ซึ่งสะท้อนแนวคิดการเติบโตควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

ภาพรวมของ BKIH ในปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการตั้งเป้าเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นการปรับตัวครั้งสำคัญสู่การเป็นองค์กรประกันภัยยุคใหม่ ที่ผสานความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยงเข้ากับความคล่องตัว เทคโนโลยี และความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว และเติบโตอย่างมั่นคงในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

BKIBKIHกรุงเทพประกันภัยบีเคไอ โฮลดิ้งส์
Comments (0)
Add Comment