ธนชาตประกันภัย เร่งเกมรุกปี 69 ตั้งเป้าโต 11% ชู AI + Personalized Insurance ปั้นมาร์เก็ตแชร์
ธนชาตประกันภัย โชว์ผลงานปี 68 โตแกร่งทุกมิติ เดินหน้ากลยุทธ์ “Disciplined Growth” ผสานเทคโนโลยี AI กับบริการ Human Touch เจาะลึกอินไซต์ลูกค้า ยกระดับขีดความสามารถ แข่งขันในตลาดประกันภัย
บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จปี 2568 ผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งในทุกมิติ เปิดเกมรุกปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Disciplined Growth, Endless Opportunities: เติบโตอย่างยั่งยืน ในตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาส” ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับเติบโต 11% ลุยขยายตลาดทั่วประเทศ มุ่งเน้นความเข้าใจลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยี บริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Solutions) และการนำเทคโนโลยี AI มายกระดับบริการแบบ Human Touch
นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากการมามีบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัล และการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ ความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศยังก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว หรือน้ำท่วม
“กลยุทธ์ของธนชาตประกันภัยคือ มุ่งเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีเบี้ยประกันไม่สูง หรือ Small Budget Product ทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ อีกทั้งให้ความเข้มงวดกับการบริหารความเสี่ยงในองค์กรอย่างเข้มข้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่คาดเดาได้ยาก ให้มั่นใจว่าเราจะอยู่เคียงข้างลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์”
ความสำเร็จปี 2568 สะท้อนรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง
จากการวางรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่งตลอดระยะเวลากว่า 28 ปี ส่งผลให้ธนชาตประกันภัยสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรม และเป็นแรงส่งถึงความสำเร็จของบริษัทในปี 2568 ที่ผลประกอบการยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโต 1.55% และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท พร้อมทั้งมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 537.7% และมีสินทรัพย์รวม 17,465 ล้านบาท สะท้อนสถานะทางการเงินที่มั่นคง
แรงขับเคลื่อนความสำเร็จในปี 2568 มาจากการวางรากฐานที่มั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและมีวินัย มีการพิจารณารับประกันภัยตามประเภทความเสี่ยง เช่น รถป้ายแดง รถทำตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการบริหารประกันภัยต่อ (Reinsurance) และการรับมือภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล และดำเนินการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมถึงพัฒนาการจัดการเคลมเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด โดยสามารถรักษาอัตราการต่ออายุลูกค้าเป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้า และนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการทำงานและการบริการลูกค้าอย่างครบวงจร นอกจากนี้ การบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลการันตีคุณภาพการดำเนินงาน และมีคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Score) สูงถึง 78.6% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ธนชาตประกันภัยยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน”
กางแผนปี 2569 เปิดเกมรุก ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับโต 11%
ในปี 2569 ธนชาตประกันภัย ประกาศเปิดเกมรุกตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปี 2568 จากโอกาสในหลายมิติ โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกยิ่งขึ้น โดยมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มที่ลูกค้าใช้รถยนต์นานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองมีความหลากหลาย และแตกต่างกันตามระดับความกังวลต่อความเสี่ยง ธนชาตประกันภัยจึงได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมอีก 4 แบบ ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 One Save, ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ ฟิต, ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต และประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 3 ให้สามารถรองรับทุกระดับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่ ‘เหมาะกับตัวเองได้จริง’ ทั้งในแง่ของระดับความเสี่ยง ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสสำคัญในตลาดประกันภัยบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการทำประกันภัยที่คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน (Property Insurance) เพียง 8% เท่านั้น อันเป็นเหตุมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยบ้าน เช่น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประกันอัคคีภัยคือประกันภัยบ้าน ดังนั้น ธนชาตประกันภัยจึงได้วางบทบาทของตนเองไม่ใช่เพียงผู้ให้ความคุ้มครอง แต่เป็น “ผู้สร้างความเข้าใจ” ให้กับประชาชน เพื่อให้ตระหนักถึงความจำเป็นของการมีประกันภัยบ้าน และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมรูปแบบที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและการใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัยได้มีการเตรียมพร้อมด้านงานบริการอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามายกระดับประสบการณ์ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Technology + AI + Human Touch” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกจุดของ Customer Journey ตั้งแต่ขั้นตอนการขาย การพิจารณารับประกัน ไปจนถึงกระบวนการเคลมที่รวดเร็ว แม่นยำ และสะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ “Human Touch” อย่างต่อเนื่อง เพราะสุดท้ายแล้ว “คน” ยังคงเป็นหัวใจของการดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์
พร้อมกันนี้จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ การเติบโตในระยะต่อไปของธนชาตประกันภัยจะมาจากการขยายตลาดไปยังทุกภูมิภาค โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรและช่องทางการขายต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทได้ง่ายขึ้น
ที่สำคัญธนชาตประกันภัยยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีทักษะการใช้เทคโนโลยีและ AI ในการทำงานได้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและพร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน จะมีโมเดลใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทุกวัน สิ่งหนึ่งที่อุตสาหกรรมประกันภัยพิสูจน์มาเสมอคือ เทคโนโลยีช่วยให้บริการดีขึ้นได้ แต่สุดท้าย Perception ที่ดี “ความไว้วางใจ” กับการใช้บริการ ยังต้องถูกส่งต่อผ่านด้วย “คน” อยู่ดี”
“ด้วยกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีวินัยภายใต้แนวคิด Disciplined Growth, Endless Opportunities ธนชาตประกันภัยมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยปี 2569 เป็นปีที่เราจะเปลี่ยน ‘ความท้าทาย’ ให้เป็น ‘โอกาส’ ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม และความเข้าใจใน Insight ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง มั่นใจว่าเราจะไม่ใช่แค่ผู้รักษาตำแหน่งในตลาด แต่จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย” นางวิชินี กล่าว