CPN กางมาสเตอร์แพลนแสนล้าน ปั้น ‘Future-Led Ecosystem’ ผุดรังสิต 750 ไร่-เขย่า CBD พระราม 9

327

เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ประกาศยุทธศาสตร์ 5 ปี อัดฉีดงบ 1.1 แสนล้านบาท ปั้นเมกะโปรเจกต์ระดับ “Urban Transformation” ทั่วประเทศ ชูไฮไลท์เมืองแห่งอนาคตย่านรังสิต 750 ไร่ พร้อมรีโนเวต ‘เซ็นทรัล บางนา-เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ ครั้งใหญ่ ปูพรมมิกซ์ยูส 33 แห่งภายในปี 2573 มุ่งเป้า Net Zero

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มบจ.เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำความสำเร็จในวาระครบรอบ 45 ปีของเซ็นทรัลพัฒนา ผ่านบทบาทผู้บุกเบิกโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างย่าน สร้างเมือง และสร้างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทครองพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งที่สุดรวม 142 โครงการ ประกอบด้วย 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม และ 53 โครงการที่อยู่อาศัย ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ

โดยแผนยุทธศาสตร์ในก้าวถัดไป เซ็นทรัลพัฒนาเตรียมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องตามแผน 5 ปี (2569–2573) ด้วยงบประมาณสูงถึง 110,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนโครงการมิกซ์ยูสเป็น 33 แห่งภายในปี 2573 พร้อมมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งการเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และยึดมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ตามโรดแมปที่ประกาศไว้ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีร่วมกันอย่างแท้จริง

มาสเตอร์แพลนสร้าง ‘เมืองแห่งอนาคต’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ Global Magnet

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เผยหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนอาณาจักรว่า จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งสร้างความเจริญให้ประเทศผ่านการเป็น Centre of Life ของทุกชุมชน วันนี้เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าสู่ก้าวที่ล้ำสมัยกว่าเดิมด้วยแนวคิด ‘มองอนาคตให้ใกล้กว่าเดิม’ เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ผ่านการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับ Mega-scale Urban Transformation Projects ซึ่งมุ่งเน้นการสร้าง ‘เมืองคุณภาพชีวิตที่ดี’ ภายใต้ A Future-Led Ecosystem และการประกาศ Landmark Masterplans เพื่อยกระดับการพัฒนาเมืองและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เวทีโลก

โดยกลยุทธ์สำคัญคือการพัฒนาเมืองตามแผน Strategic Ring ที่ครอบคลุมทุกมุมเมืองและเชื่อมโยงโครงข่ายเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง เริ่มตั้งแต่น่านน้ำ Super Core CBD ที่ผนึกกำลังแลนด์มาร์กโลกอย่าง centralwOrld, Central Embassy และ Central Park เชื่อมต่อย่านชิดลม-ราชประสงค์-สีลม-พระราม 4 และขยายผลสู่พระราม 1 เพื่อปั้นกรุงเทพฯ ให้เป็น Global Magnet อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าขยายศักยภาพไปยังย่านพระราม 9 และลาดพร้าว–พหลโยธิน รวมถึงบิ๊กโปรเจกต์สำคัญในการพลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือด้วยการสร้าง “เมืองที่ดีที่สุดแห่งอนาคต” ซึ่งถือเป็นโครงการระดับที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยพัฒนามา

เจาะกลุ่ม Wealth ผ่าน ‘Data-Driven’

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ชูความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 45 ปี กับบทบาทการเป็น The Masterplanner ผู้บุกเบิกสร้าง Centre of Life ทั่วประเทศที่รองรับผู้ใช้บริการกว่า 510 ล้าน Visits ต่อปี และนักท่องเที่ยวอีก 70 ล้าน Visits โดยกลยุทธ์หลักคือการพัฒนาเมืองด้วยโครงการ Mega Scale ระดับโลกอย่าง “รังสิต” ที่ยึดมาตรฐานความน่าอยู่แบบสากล ควบคู่ไปกับการรุกแผน Transformation ที่เห็นผลชัดเจน อาทิ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ที่สร้างสถิติ New High Traffic เกือบ 2 ล้านคนในไตรมาสล่าสุด นอกจากนี้ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม B2B2C ผ่านกลไก The 1 ที่มีสมาชิกกว่า 23 ล้านราย โดยเฉพาะกลุ่ม The 1 Exclusive ที่มีกำลังซื้อสูงกว่าปกติถึง 35 เท่า เชื่อมโยงแบรนด์พันธมิตรกว่า 1,400 แบรนด์ผ่าน The 1 Biz เพื่อขับเคลื่อน Traffic และ Spending อย่างยั่งยืน

ด้านการสนับสนุนพันธมิตรร้านค้า นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing – Fashion & Luxury บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เน้นย้ำบทบาทการเป็น Success Partner ด้วยการใช้ AI & Data-Driven Ecosystem เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ ให้คู่ค้า โดยยกกรณีศึกษาความแข็งแกร่งของฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่เซ็นทรัล บางนา ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 85% และมี Loyalty เหนียวแน่นแม้ในช่วงปรับโฉม เช่นเดียวกับเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่ขึ้นแท่น Top 5 สาขาที่มีกลุ่ม Wealthy Family สูงที่สุด ส่งผลให้ Traffic พุ่งทะยานถึง 40% ภายใน 6 เดือนหลังการ Transform โดยมี Food & Fashion เป็นแม่เหล็กสำคัญ รวมถึงการดึงดูดแบรนด์ระดับโลกอย่าง ‘Lopia’ ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นมาเปิดสาขาแรกในไทย เพื่อสร้าง Magnet ดึงดูดกลุ่ม Expat และตอกย้ำศักยภาพของย่านอย่างแท้จริง

Non-Retail เสริมทัพ ‘โรงแรม-ที่อยู่อาศัย’

นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ Chief Finance Officer and President Hotel and Office Businesses บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา และแม่ทัพธุรกิจ Non-retail เผยกลยุทธ์สร้าง New High ผ่านการขยายพอร์ตโฟลิโออาคารสำนักงานและโรงแรมเพื่อเขย่าแลนด์สเคปทั่วไทย โดยชูจุดแข็งอาคารสำนักงานเกรด A รวม 11 แห่งที่ดึงดูดบริษัทข้ามชาติ (MNCs) เข้ามาปักหมุดสำนักงานใหญ่ พร้อมแผนเปิดตัว Central GR9 เพื่อตอกย้ำความเป็น New CBD ของกรุงเทพฯ และรุกหัวเมืองใหญ่ด้วย Central Chiangmai Airport เพื่อเปลี่ยนโฉมธุรกิจออฟฟิศในภูมิภาค ขณะที่ธุรกิจโรงแรมเร่งสปีดสู่เป้าหมาย 17 แห่งภายในปี 2569 นำโดยแบรนด์ GO! Hotel ที่เตรียมเปิดเพิ่ม 5 สาขา (ขอนแก่น, นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่, อยุธยา) และการเปิดตัว Oakwood Central Hat Yai ในช่วงปลายปี รวมถึงแผนจับมือเชนโรงแรมระดับโลกเพื่อเสริมทัพเมกะโปรเจกต์ รองรับการเติบโตของเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนอย่างลงตัว

ด้านการขยายอาณาจักรที่อยู่อาศัย นายกรี เดชชัย President, Residence Business บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่เติบโตต่อเนื่องกว่า 10 ปี โดยมุ่งสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพบนทำเลศักยภาพที่ผสานสิทธิประโยชน์จาก Ecosystem ของกลุ่มเซ็นทรัล จนเกิดชุมชน Central Citizen แล้วกว่า 10,000 ครอบครัว พร้อมตั้งเป้าขยายสู่ 53 โครงการใน 21 จังหวัด ภายในปี 2569 ผ่านแบรนด์ที่หลากหลายทั้ง ESCENT, PHYLL และโครงการระดับ Premium-Luxury โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการต่อยอดไปกับเมกะโปรเจกต์ เช่น คอนโด PHYLL ขอนแก่น (สูง 33 ชั้น) และการรุกตลาด Private Residence ด้วย PHYLL นครปฐม เพื่อตอบรับดีมานด์กลุ่ม Wealth ในพื้นที่ ตอกย้ำนิยามการสร้าง “บ้าน” ที่มอบเอกสิทธิ์และคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าภายใต้ระบบนิเวศที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ

ขับเคลื่อน ‘The Ecosystem for All’ ด้วยความยั่งยืนและนวัตกรรมดิจิทัล

ตลอด 45 ปีของการดำเนินธุรกิจ เซ็นทรัลพัฒนาขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ปรัชญา “Imagining better futures for all” โดยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านการสนับสนุนงบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และการศึกษาทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการครองอันดับ DJSI Best-in-Class ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกต่อเนื่องถึง 8 ปีซ้อน พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์สีเขียวผ่านการจัดตั้งบริษัท Central Pattana Green Growth เพื่อมุ่งเน้นภารกิจลดคาร์บอนและผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ร่วมกัน

นอกจากมิติความยั่งยืน บริษัทยังรุกคืบการทำ Digital Transformation ครั้งใหญ่ด้วยการนำ Data & AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานผ่านแพลตฟอร์ม The 1 และ The 1 Biz เพื่อสร้างความเข้าใจลูกค้าในเชิงลึกและส่งต่อความสำเร็จให้คู่ค้าอย่างไร้รอยต่อ ทั้งหมดนี้คือฟันเฟืองสำคัญในการสร้าง “The Ecosystem for All” ระบบนิเวศทางธุรกิจที่พร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทยและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Key Investment Figures (2569–2573):

  • Capital Expenditure: 110,000 ล้านบาท
  • Target Mixed-Use: 33 โครงการ
  • Human Impact: สร้างงานและกระจายรายได้ 5 ล้านตำแหน่ง
  • Asset Portfolio: 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม, 53 โครงการที่อยู่อาศัย