KTC กำไร Q1/69 โต 16.7% ฝ่าศก.ผันผวน ชู “พอร์ตคุณภาพ-วินัยการเงิน” คุมเสี่ยงหนุนเสถียรภาพ

191

KTC โชว์กำไร 2,171 ล้านบาท แม้เศรษฐกิจยังกดดัน เดินเกมระมัดระวัง เน้นคัดกรองลูกหนี้-ลดต้นทุน ดัน NPL ต่ำเพียง 1.93% พร้อมรักษาสภาพคล่องแกร่ง สะท้อนโมเดลธุรกิจที่เน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” เพื่อการเติบโตระยะยาว

KTC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 2,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 107,841 ล้านบาท เติบโต 0.7% สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เน้น “คุณภาพพอร์ต” มากกว่าการเร่งขยายตัว

จุดที่น่าสนใจคือ การเติบโตของกำไรในครั้งนี้เกิดขึ้น “สวนทาง” กับภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสินเชื่อที่ยังชะลอตัว สะท้อนความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของโมเดลธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาการเร่งขยายพอร์ต แต่ขับเคลื่อนด้วยการบริหารความเสี่ยงและวินัยทางการเงินเป็นหลัก

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคในช่วงต้นปี 2569 ยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง แต่บริษัทสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะพอร์ตบัตรเครดิตที่มีสัดส่วนลูกหนี้ 14.5% และปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 13.4% ขณะที่สินเชื่อบุคคลขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.2%

ทั้งนี้ การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อยังคงอยู่ภายใต้นโยบายอนุมัติสินเชื่ออย่างรอบคอบ โดยเลือก “โตบนคุณภาพ” มากกว่าการเร่งปริมาณ สะท้อนทิศทางใหม่ของธุรกิจการเงินที่ให้ความสำคัญกับการคัดกรองลูกหนี้และความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก ส่งผลให้อัตราการชำระคืนปรับตัวดีขึ้น และคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับบริหารจัดการได้

ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 1.93% โดยพอร์ตบัตรเครดิตมี NPL เพียง 1.12% และสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.47% ขณะที่ฐานสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 3.73 ล้านบัญชี สะท้อนการควบคุมคุณภาพพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน โครงสร้างกำไรของ KTC ยังสะท้อน “สูตรใหม่” ของธุรกิจสินเชื่อในยุคเศรษฐกิจผันผวน โดยรายได้รวมอยู่ที่ 6,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6% จากการบริหารต้นทุนและการตั้งสำรองอย่างมีวินัย ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 35% ซึ่งเป็นระดับที่มีประสิทธิภาพ

ในด้านฐานะการเงิน บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแรง โดยอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.30 เท่า ลดลงจาก 1.58 เท่าในปีก่อนหน้า และต่ำกว่าข้อกำหนดทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความยืดหยุ่นในการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน สภาพคล่องยังอยู่ในระดับสูง โดยมีวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่เบิกใช้กว่า 25,550 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับภาระหนี้ที่ครบกำหนดในปี 2569 ที่ 15,330 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการรับมือทั้งความเสี่ยงและโอกาสในอนาคต

ล่าสุด ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของเคทีซีที่ระดับ “AA” แนวโน้ม “Stable” สะท้อนความสามารถในการทำกำไรต่อเนื่อง และคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังอยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการได้

สำหรับทิศทางปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตอย่างระมัดระวัง โดยคาดว่าปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรจะขยายตัว 5% และพอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 1–2% ภายใต้การควบคุมความเสี่ยงและรักษาคุณภาพสินทรัพย์เป็นหลัก

นอกจากนี้ เคทีซียังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ “คุณสู้ เราช่วย” และการโอนหนี้ด้อยคุณภาพบางส่วนให้ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้และลดภาระลูกหนี้

บทบาทดังกล่าวสะท้อนว่า KTC ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการสินเชื่อ แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยบริษัทประเมินว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จะไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการตั้งสำรองรองรับไว้แล้ว

ทั้งนี้ ภาพรวมการดำเนินงานของเคทีซีสะท้อนแนวทาง “เติบโตบนความระมัดระวัง” ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่างการทำกำไร คุณภาพพอร์ต และเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว