BKIH โชว์ Q1/69 กำไรพุ่ง 101.9% แตะ 1,153.7 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวปันผล 9 บาทต่อหุ้น หนุนด้วยรายได้ประกันภัย BKI กว่า 8,203 ล้านบาท

125

BKIH เปิดผลงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตโดดเด่น ทำกำไรสุทธิ 1,153.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.9% จากแรงหนุนธุรกิจประกันภัยที่แข็งแกร่ง ขณะที่บริษัทย่อย BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 8,203.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท พร้อมส่งสัญญาณความมั่นใจด้วยการจ่ายปันผลรวม 9 บาทต่อหุ้น

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 8,203.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 และมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,006.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 122.5 และมีกำไรสุทธิที่ 1,153.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 101.9 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 10.85 บาท

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการของไตรมาสที่ 1 ปี 2569 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท และเงินปันผลพิเศษเฉพาะงวดในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท รวมเป็นจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 9.00 บาท ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569

ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของบีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 8,203.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 และมีค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยสุทธิ 7,874.9 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย 328.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิเท่ากับ 930.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 111.2 โดยเมื่อรวมรายได้อื่นและหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้มีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,240.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 86.5 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว มีกำไรสุทธิ 1,077.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 90.7 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 10.12 บาท

บีเคไอ โฮลดิ้งส์ และกรุงเทพประกันภัย พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในทุกมิติ ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีบนพื้นฐานของความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจด้วยการมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อสร้างการเติบโตและสนับสนุนการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน