เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเกมรุก “กรุงเทพฯ ตอนเหนือ” ปั้น Northville District มูลค่า 4,500 ล้าน รับเมกะเทรนด์ Well-being – Longevity

111

การแข่งขันในธุรกิจศูนย์การค้าไม่ได้วัดกันที่ขนาดพื้นที่หรือจำนวนร้านค้าอีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องตอบโจทย์ “คุณภาพชีวิต” ของผู้คนควบคู่ไปกับการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เดินหน้าปักหมุดยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในกรุงเทพฯ ตอนเหนือและจังหวัดนนทบุรี ด้วยการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท เปิดตัว “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” (Central Northville) โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 59 ไร่ บริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ ภายใต้แนวคิด “The New District of North Bangkok” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มศูนย์การค้าแห่งใหม่ในพอร์ตโฟลิโอของเซ็นทรัลพัฒนา แต่สะท้อนทิศทางการพัฒนาเมืองยุคใหม่ที่ผสานการใช้ชีวิต การพักผ่อน สุขภาพ และการบริโภคเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านโมเดล “Future Living Destination” ที่มุ่งตอบรับกระแสโลกด้าน Well-being และ Longevity หรือการมีสุขภาพดีและอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า นนทบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงที่สุดของประเทศ ทั้งในมิติของการเติบโตทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และการขยายตัวของเมือง โดยมีมูลค่าเศรษฐกิจจังหวัดกว่า 405,000 ล้านบาทต่อปี และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่า 213,000 บาทต่อปี อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาเลือกลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว มาจากการเป็นศูนย์กลางของโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีชมพู รวมถึงโครงการคมนาคมในอนาคต ขณะเดียวกันยังรายล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงลักชัวรี่ สถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพในการพัฒนาเป็น “Mega Hub” แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ

รัตนาธิเบศร์ ทำเลทองแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนาเชื่อมั่นในศักยภาพของนนทบุรีมาโดยตลอด และมองว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นจิ๊กซอว์สำคัญของกลุ่มเมืองวงแหวนรอบนอก หรือ The Gateway & Satellite Cities ปัจจุบันเซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้าในจังหวัดนนทบุรีถึง 4 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และล่าสุดคือ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ซึ่งสะท้อนโมเดลการพัฒนาเมืองที่ใกล้เคียงมหานครระดับโลกอย่างลอนดอนหรือโตเกียว ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านค้าปลีกกระจายตัวรองรับประชากรจำนวนมากในแต่ละย่าน

สำหรับ “Northville District” ถูกวางให้เป็น Mega Hub แห่งใหม่ที่แข็งแกร่งใน 4 มิติสำคัญ ทั้งการเป็นศูนย์กลางคมนาคมที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีชมพู และโครงข่ายถนนสายหลักหลายเส้นทาง การเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงลักชัวรี่กว่า 125 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 90,000 ล้านบาท การเป็นศูนย์รวมสถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการสำคัญ รวมถึงการเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนนทบุรีอย่างเกาะเกร็ดและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

จากศักยภาพดังกล่าว เซ็นทรัลพัฒนาจึงมองว่ารัตนาธิเบศร์คือ “Center of the Center” ของนนทบุรี และเป็นพื้นที่ที่พร้อมสำหรับการยกระดับสู่ศูนย์กลางการใช้ชีวิตแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด Longevity และ Long-term Well-being ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน

เมื่อคนเมืองต้องการ “ปอดใหม่” มากกว่าศูนย์การค้า

การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในย่านรัตนาธิเบศร์ของเซ็นทรัลพัฒนา พบว่า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเมืองที่มีกำลังซื้อสูง และกำลังมองหา Urban Lifestyle รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การออกกำลังกาย และการใช้เวลาร่วมกันของคนในครอบครัว ขณะเดียวกัน ความเครียดจากการใช้ชีวิตในเมือง ปัญหาฝุ่น PM2.5 และพื้นที่สีเขียวที่ลดลง ทำให้ความต้องการด้านสุขภาวะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกสถานที่ใช้ชีวิต

เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จึงถูกพัฒนาขึ้นให้เป็น “Green Node” หรือปอดแห่งใหม่ของชุมชน สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับ Green Space, Social Connectivity, Multi-generation Lifestyle และ Longevity เช่นเดียวกับโครงการระดับโลกอย่าง The Hyundai Seoul ในเกาหลีใต้ และสนามบินชางงีของสิงคโปร์ ที่นำพื้นที่ธรรมชาติเข้ามาเป็นหัวใจของการออกแบบ

จาก Eastville สู่ Westville และ Northville

การเปิดตัวเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ถือเป็นวิวัฒนาการลำดับล่าสุดของ “Ville Series” ที่เซ็นทรัลพัฒนาสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองในแต่ละยุค

หาก “เซ็นทรัล อีสต์วิลล์” เป็นผู้บุกเบิกแนวคิด Semi-Outdoor Lifestyle และ Pet-Friendly Mall ส่วน “เซ็นทรัล เวสต์วิลล์” เป็นโมเดล Eco Living Destination และ Low Carbon Mall แห่งอนาคต “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” จะก้าวไปอีกขั้นในฐานะ Future Living Destination ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างสมดุลระหว่างเมือง ธรรมชาติ และสุขภาวะ

จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า โครงการแห่งนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Biophilic Design ซึ่งเป็นเทรนด์การออกแบบระดับโลกที่เน้นการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติอย่างเป็นองค์รวม เพื่อช่วยลดความเครียด กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว

เมื่อ “ธรรมชาติ” กลายเป็นหัวใจของศูนย์การค้า

หนึ่งในจุดขายสำคัญของเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ คือการเป็น Thailand’s First Outdoor-Inspired Indoor Shopping Centre หรือศูนย์การค้าในร่มที่จำลองประสบการณ์ของการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมและพื้นที่สีเขียวทั่วทั้งโครงการ ตั้งแต่ Urban Oasis Façade ที่นำองค์ประกอบของแสงแดด สายน้ำ และต้นไม้จริงเข้ามาผสานกับงานออกแบบสมัยใหม่ ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมแบบ Microclimate ช่วยลดอุณหภูมิรอบอาคารและเพิ่มความสบายให้กับผู้ใช้งาน

โครงการยังแบ่งการออกแบบออกเป็น 5 ธีมหลัก ได้แก่ Plant, Earth, Stone, Wood และ Light เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติกับการใช้ชีวิตในแต่ละมิติ ตั้งแต่พื้นที่รับประทานอาหาร ไลฟ์สไตล์ กีฬา เทคโนโลยี ไปจนถึงพื้นที่สาธารณะสำหรับการพบปะของผู้คน

ไฮไลต์สำคัญคือ “The Clouds” สวนป่าในร่มขนาดกว่า 500 ตารางเมตร ที่ถูกวางไว้ใจกลางศูนย์การค้า พร้อมต้นไม้จริงที่เติบโตมาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อสร้าง รวมถึง “The Hill” พื้นที่คอมมูนิตี้และ Co-working Space, “Tree Grove” พื้นที่พักผ่อนท่ามกลางเสียงธรรมชาติ และ “Stone Atrium” โซนอีเวนต์และแฟชั่นที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับงานสถาปัตยกรรม

ปักหมุดศูนย์กลาง Active Lifestyle แห่งใหม่

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของเซ็นทรัลพัฒนาคือการตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกายมากขึ้น ภายในโครงการจึงรวบรวมองค์ประกอบด้าน Active Lifestyle ไว้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ D-Sports Stadium สปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์จากญี่ปุ่นขนาดกว่า 2,500 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไปจนถึง Fitness First Refined คอนเซ็ปต์พรีเมียมที่รวม Pilates Studio, HYROX Training Club และซาวน่าอินฟราเรดไว้ในที่เดียว นอกจากนี้ยังมี Jogging Track มาตรฐานระยะทาง 450 เมตร พื้นที่ Playville สำหรับเด็ก และ PetVille สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง รวมถึง Urban Park พื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งที่รองรับการออกกำลังกายและกิจกรรมชุมชนหลากหลายรูปแบบ

ดึง 300 แบรนด์ดัง สร้าง Downtown Experience

นอกจากการออกแบบพื้นที่แล้ว เซ็นทรัลพัฒนายังใช้กลยุทธ์ Tenant Mix เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค โดยรวบรวมกว่า 300 Downtown Brands เข้ามาเปิดให้บริการ และกว่า 80% เป็นแบรนด์ใหม่สำหรับพื้นที่ ในกลุ่มค้าปลีก เซ็นทรัลพัฒนาผนึกกำลังธุรกิจในเครือ ทั้ง Tops Food Hall, Supersports, Power Buy, B2S และ OfficeMate เพื่อสร้าง Future Lifestyle Retail Ecosystem ที่ครบวงจร ขณะที่โซนอาหารถูกวางให้เป็น Food Lifestyle Destination รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มยอดนิยม อาทิ Momo Paradise, Katsu Midori, Bonchon, Sizzler และอีกหลากหลายแบรนด์ ส่วน Food Ville ถูกพัฒนาในคอนเซ็ปต์ “The Warmth of Nature” ศูนย์อาหารพรีเมียมที่นำร้านดังและร้านมิชลินมารวมไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมมุมมองวิวรถไฟฟ้าและบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ

มากกว่าศูนย์การค้า คือการสร้างเมืองแห่งอนาคต

ภาพรวมของเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจรีเทลจาก “Destination for Shopping” สู่ “Destination for Living” อย่างชัดเจน การลงทุนของเซ็นทรัลพัฒนาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ แต่เป็นการวางรากฐาน “Northville District” ให้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วยการผสานธรรมชาติ เทคโนโลยี สุขภาพ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน

เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ จึงถูกวางบทบาทให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองยุคใหม่ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว