‘ดร.สุรัชสานุ์ทองมี’ ชี้อนาคตภาคใต้ไม่ใช่การแข่งขันกันเอง แต่ต้องผนึกศักยภาพท่องเที่ยว เกษตร สุขภาพ โลจิสติกส์ และการค้าชายแดน ใช้ไมซ์สร้างงาน กระจายรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน
อุตสาหกรรมไมซ์ หรือธุรกิจการประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้า กำลังถูกนิยามใหม่ในฐานะ “เครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจเมือง” มากกว่าจะเป็นเพียงธุรกิจจัดงานหรือกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งแต่ละจังหวัดมีจุดแข็งแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ เกษตรมูลค่าสูง โลจิสติกส์ การศึกษา และการค้าชายแดน ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่การผลักดันให้ทุกจังหวัดแข่งขันกันเพื่อดึงงานประเภทเดียวกันเข้าพื้นที่ แต่คือการออกแบบบทบาทของแต่ละเมืองให้ชัดเจน ก่อนเชื่อมโยงศักยภาพเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค
อนาคตภาคใต้ต้อง “เชื่อม” ไม่ใช่แข่งกันเอง
แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนในงาน The Southern MICE Economic Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Southern Synergy : ผนึกกำลังไมซ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้สู่สากล” ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดขึ้นร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม ระหว่างวันที่ 15–16 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี (ICC HATYAI) จังหวัดสงขลา โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จากทั่วประเทศ
ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า อนาคตของเศรษฐกิจภาคใต้ไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันระหว่างจังหวัด แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน และอุตสาหกรรมไมซ์จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
“อนาคตของภาคใต้ไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันระหว่างจังหวัด แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน และไมซ์คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างความร่วมมือนั้นให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”
ภาคใต้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยว การเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สุขภาพ การศึกษา โลจิสติกส์ และการค้าชายแดน ขณะเดียวกันแต่ละจังหวัดก็มีอัตลักษณ์และจุดแข็งแตกต่างกัน การเชื่อมโยงศักยภาพเหล่านี้เข้าหากันจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคในระยะยาว
The Southern MICE Economic Forum เวทีรวมพลังผู้นำเศรษฐกิจใต้
ทีเส็บจึงวางบทบาทให้เวทีนี้เป็น “พื้นที่กลาง” สำหรับผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคธุรกิจ นักพัฒนาเมือง นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และเครือข่ายอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และต่อยอดสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต
ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนมุมมองผ่าน 6 เวทีเสวนา ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การพัฒนาคน การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมของภาคใต้สู่เวทีระดับนานาชาติ
“สงขลา” จากเมืองชายแดน สู่ MICE City
หนึ่งในประเด็นสำคัญของเวทีครั้งนี้ คือการกำหนดบทบาทของเมืองไมซ์ในภาคใต้ให้แตกต่างและเชื่อมโยงกัน แทนการแข่งขันซ้ำซ้อน
สำหรับจังหวัด สงขลา ทีเส็บมองว่ามีจุดแข็งโดดเด่นด้านอาหาร พหุวัฒนธรรม และเศรษฐกิจฮาลาล ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นศูนย์กลางการประชุม งานแสดงสินค้า และกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและฮาลาลในระดับภูมิภาค
ปั้นจุดแข็ง “อาหาร–ฮาลาล” สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง
การได้รับการประกาศเป็น UNESCO Creative City of Gastronomy ยิ่งตอกย้ำศักยภาพของสงขลาในการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและอาหารสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
ในเชิงภูมิศาสตร์ หาดใหญ่ และสงขลายังมีจุดแข็งจากการเป็นประตูเชื่อมโยงประเทศไทยกับ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย สามารถรองรับการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศ รวมถึงเชื่อมโยงการค้าชายแดนและตลาดผู้บริโภคมุสลิมขนาดใหญ่ในภูมิภาค
เป้าหมายต่อจากนี้คือการสร้างภาพจำให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางของงานไมซ์ด้านอาหารและฮาลาล ผ่านการวางแผนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การจัดงานเพียงครั้งเดียวแล้วสิ้นสุด แต่ต้องมีทั้งงานประชุมวิชาการ งานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมที่ช่วยเปิดตลาดให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น
ไมซ์ต้องสร้างรายได้ถึงร้านเล็กและชุมชน
หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองไมซ์ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมงานหรือรายได้ของสถานที่จัดประชุมเท่านั้น แต่ต้องวัดจากเม็ดเงินที่กระจายลงไปถึงระบบเศรษฐกิจของเมือง ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง ผู้จัดกิจกรรม ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ไปจนถึงสินค้าชุมชน
การจัดงานไมซ์ยังช่วยนำองค์ความรู้และเครือข่ายทางธุรกิจเข้าสู่พื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้พบกับผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรใหม่ ขณะที่สถาบันการศึกษาสามารถเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมของเมือง
ปลดล็อกโอกาสตลาดมุสลิมกว่า 400 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่ศูนย์กลางไมซ์ด้านอาหารและฮาลาลจำเป็นต้องยกระดับความพร้อมหลายด้าน ทั้งมาตรฐานสินค้าและบริการฮาลาล ร้านอาหาร ที่พัก สถานที่ละหมาด บุคลากรที่เข้าใจความต้องการของนักเดินทางมุสลิม รวมถึงการสื่อสารตลาดไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศตะวันออกกลางอย่างเป็นระบบ
สงขลากลับมาแล้ว สัญญาณฟื้นตัวหลังมหาอุทกภัย
การจัดงานครั้งนี้ยังสะท้อนภาพการฟื้นตัวของจังหวัดสงขลา หลังเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่
ปัจจุบันกิจกรรมทางธุรกิจและการท่องเที่ยวได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง การได้รับเลือกให้จัดเวทีระดับภูมิภาคจึงเป็นทั้งการสร้างความเชื่อมั่นและการส่งสัญญาณว่าสงขลามีความพร้อมรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงการเดินทางของนักธุรกิจและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศ
จากห้องประชุมสู่ถนนสายวัฒนธรรม
นอกจากเวทีเสวนาหลักแล้ว งานยังมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้เข้าร่วมกับพื้นที่จริง เช่น Walk with The Old Town of Hat Yai สำรวจย่านเมืองเก่าและพื้นที่สร้างสรรค์ของหาดใหญ่ กิจกรรม South Serve : Chef’s Table & Short Course ถ่ายทอดศักยภาพด้านอาหารและ Gastronomy รวมถึงนิทรรศการภาพถ่าย Photo Essay Exhibition ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน เมือง และอัตลักษณ์ภาคใต้
กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนแนวคิดใหม่ของอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในห้องประชุม แต่สามารถนำผู้เดินทางออกไปสัมผัสเมือง เรียนรู้วัฒนธรรม ใช้บริการจากผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยตรง
แยกบทบาทเมืองใต้ สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจเดียวกัน
ภายใต้แนวทางพัฒนาเมืองไมซ์ภาคใต้ แต่ละพื้นที่จะได้รับการวางตำแหน่งให้มีจุดขายแตกต่างกัน เพื่อลดการแข่งขันซ้ำซ้อนและเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงตลาด โดยสงขลาเน้นอาหารและฮาลาล ภูเก็ตมีจุดแข็งด้านเวลเนสและบริการสุขภาพระดับพรีเมียม ขณะที่สุราษฎร์ธานีสามารถต่อยอดเกษตร อาหาร และความยั่งยืน
เมื่อแต่ละจังหวัดมีบทบาทชัดเจน การจัดงานหนึ่งงานจึงอาจเชื่อมโยงหลายพื้นที่เข้าด้วยกัน เช่น การประชุมหลักในสงขลา ต่อด้วยกิจกรรมศึกษาดูงานด้านเกษตรหรือธรรมชาติในจังหวัดใกล้เคียง ช่วยขยายระยะเวลาพำนักและเพิ่มการใช้จ่ายของผู้เดินทาง
Southern Synergy โมเดลเศรษฐกิจภาคใต้แห่งอนาคต
ทีเส็บคาดหวังว่าองค์ความรู้ เครือข่าย และข้อเสนอจากเวทีครั้งนี้ จะได้รับการต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองไมซ์และเมืองศักยภาพในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ภูมิภาคในระยะยาว
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า บทบาทของไมซ์ในวันนี้ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเวทีประชุมปิดฉาก แต่เริ่มต้นตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์เมือง การพัฒนาคนและผู้ประกอบการ ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายธุรกิจข้ามจังหวัดและข้ามพรมแดน
สงขลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งอาเซียนตอนใต้
หากสงขลาสามารถต่อยอดทุนด้านอาหาร ฮาลาล วัฒนธรรม และทำเลเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างต่อเนื่อง เมืองแห่งนี้ย่อมมีโอกาสก้าวจากเมืองไมซ์สำคัญของภาคใต้ สู่ศูนย์กลางการประชุม การค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคตอันใกล้
และนั่นอาจเป็นความหมายที่แท้จริงของ “Southern Synergy” การที่ทุกจังหวัดไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง แต่เติบโตไปด้วยกันในฐานะเครือข่ายเศรษฐกิจใหม่ของภาคใต้ไทย