การเคหะแห่งชาติเร่งขับเคลื่อนภารกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูเมือง รับนโยบายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินหน้า “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” รวมกว่า 44,000 หน่วย พร้อมผลักดันโครงการ Senior Complex จังหวัดชลบุรี 1,696 หน่วย รองรับสังคมสูงวัย ขณะที่โครงการฟื้นฟูเมืองดินแดง ทุ่งสองห้อง รามอินทรา และห้วยขวาง เดินหน้าตามแผน ควบคู่การนำที่ดิน Land Bank และ Sunk Cost มาพัฒนาเชิงพาณิชย์และพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สินของรัฐ
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติเร่งขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้การกำกับดูแลของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของภาครัฐ เพื่อสร้างรายได้กลับมาสนับสนุนการพัฒนาสังคม
เร่ง “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” 5 ระยะ 4.4 หมื่นหน่วย
หนึ่งในภารกิจหลักคือการเดินหน้าโครงการ “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในทำเลที่เหมาะสม โดยใช้แนวคิด Universal Design รองรับการใช้งานของคนทุกช่วงวัย และกำหนดการพัฒนาออกเป็น 5 ระยะ รวมกว่า 44,000 หน่วย ซึ่งจะทยอยเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในช่วงปี 2570–2575
ระยะที่ 1 มี 5 โครงการ รวม 4,102 หน่วย อยู่ระหว่างทบทวนแผน คาดเสนอ ครม. ภายในเดือนมีนาคม 2570 ส่วนระยะที่ 2 มี 4 โครงการ 2,155 หน่วย อยู่ระหว่างสำรวจความต้องการและทบทวนรายละเอียดด้านการเงิน คาดเสนอ ครม. ภายในเดือนเมษายน 2570 สำหรับระยะที่ 3 มี 45 โครงการ รวม 10,906 หน่วย คาดเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติในเดือนตุลาคม 2570 ขณะที่ระยะที่ 4 มี 21,861 หน่วย และระยะที่ 5 อีก 5,279 หน่วย
ดัน Senior Complex ชลบุรี 1,696 หน่วย รับสังคมสูงวัย
การเคหะแห่งชาติยังเตรียมเดินหน้าโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ Senior Complex จังหวัดชลบุรี นำร่องพื้นที่อำเภอบางละมุง จำนวน 1,696 หน่วย ภายใต้แนวคิด “เมืองสร้างสุข” เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย โครงการออกแบบตามหลัก Universal Design พร้อมจัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมทั้ง Active Activity ที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย และ Passive Activity สำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยวางรูปแบบการพัฒนาเป็น Design & Build + Invest บนที่ราชพัสดุภายใต้สัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี และมีสิทธิต่ออายุอีก 30 ปี เพื่อรองรับการพัฒนาและบริหารโครงการในระยะยาว
เร่งฟื้นฟูเมือง “ดินแดง” พร้อมดัน 3 พื้นที่ใหม่
ด้านการฟื้นฟูเมือง การเคหะแห่งชาติเดินหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม โดยปัจจุบันอาคารพักอาศัยแปลง A หรืออาคาร A1 อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารสูง 32 ชั้น จำนวน 635 หน่วย คาดแล้วเสร็จเดือนธันวาคม 2569 ส่วนแปลง D1 หรืออาคาร D2 เป็นอาคารสูง 35 ชั้น จำนวน 612 หน่วย คาดแล้วเสร็จภายในปี 2570 ขณะที่แปลง C หรืออาคาร C1 จะพัฒนาอาคารสูง 34 ชั้น จำนวน 816 หน่วย ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้าง และคาดว่าจะเริ่มพัฒนาได้ภายในปี 2569
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่อีก 13,746 หน่วย อยู่ระหว่างศึกษาปรับปรุงแผนแม่บทโครงการ คาดเสนอ ครม. ภายในปี 2570 ก่อนศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน หรือ PPP ขณะเดียวกัน การเคหะแห่งชาติเร่งผลักดันโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้อง ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีความพร้อมมากที่สุดให้สามารถเริ่มก่อสร้างและรองรับผู้อยู่อาศัยได้โดยเร็ว ส่วนโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทราและห้วยขวาง อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายละเอียดโครงการ
ปลดล็อก Land Bank–Sunk Cost สร้างมูลค่าเพิ่ม
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการบริหารทรัพย์สิน โดยการเคหะแห่งชาติเตรียมนำที่ดินแปลงว่างในกลุ่ม Land Bank และ Sunk Cost มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ตัวอย่างเช่น พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีแนวทางพัฒนาโครงการ Solar Farm และกิจการด้านการเกษตร ขณะที่พื้นที่บางพลีคอมเพล็กซ์มีศักยภาพสำหรับพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่ร่มเกล้าและประชานิเวศน์มีแนวทางพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต
การบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ ลดการถือครองสินทรัพย์ที่ยังไม่สร้างผลตอบแทน และสร้างรายได้กลับมาสนับสนุนภารกิจด้านที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ
เดินหน้าพลังงานสะอาด–EV 79 พื้นที่
ด้านพลังงานสะอาด การเคหะแห่งชาติร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการติดตั้ง Solar Rooftop และสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ EV Charging Station ภายในสำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในปี 2570
พร้อมกันนี้ อยู่ระหว่างคัดเลือกพื้นที่สำหรับติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารวม 79 พื้นที่ทั่วประเทศ และมีแผนทยอยเปลี่ยนรถยนต์ราชการที่ครบกำหนดสัญญาเช่าในปี 2569 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการลดการใช้พลังงานฟอสซิลและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
นายทวีพงษ์กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติจะเดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูเมืองในทุกระดับ ควบคู่กับการบริหารทรัพย์สินและที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งสร้างรายได้กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินขององค์กร และรักษาบทบาทการเป็นหน่วยงานหลักด้านที่อยู่อาศัยของประชาชน