โจทย์ใหม่ยุค AI ไม่ใช่แค่ “เข้าถึง” แต่ต้องใช้เป็น AIS  เปิดเวที AIS ACADEMY For THAIs 2026 ชี้ 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน–องค์กร–ประเทศ ใช้ AI สร้างผลลัพธ์จริง

127

AIS Academy เปิดเวที “AIS ACADEMY For THAIs 2026” ภายใต้แนวคิด MASTERING AI BEYOND BORDERS เชื่อมพลังภาครัฐ ธุรกิจ การศึกษา และพันธมิตรเทคโนโลยี เดินหน้าสร้าง AI Capability จากระดับบุคคลสู่องค์กรและระบบนิเวศประเทศ

การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI กำลังขยับจากช่วงที่ผู้คน “เข้าถึงและทดลองใช้” ไปสู่โจทย์ที่ใหญ่ขึ้น คือการทำให้ AI สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคมได้จริง ขณะที่ประเทศไทยต้องเร่งสร้างทั้งทักษะคน ความพร้อมองค์กร และความร่วมมือระหว่างภาคส่วน เพื่อเปลี่ยน AI จากเครื่องมือแห่งอนาคตให้กลายเป็นศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

AIS Academy จึงเปิดเวทีมหกรรมสัมมนาด้าน AI “AIS ACADEMY For THAIs 2026” ภายใต้แนวคิด “MASTERING AI BEYOND BORDERS” ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ เพื่อเชื่อมองค์ความรู้จากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจะนำ AI ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ได้อย่างไร และต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ระดับคน องค์กร เมือง ไปจนถึงระบบนิเวศของประเทศ

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า AIS เชื่อว่าการเติบโตขององค์กรจะยั่งยืนได้เมื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคม เศรษฐกิจ และคนไทย จึงเป็นที่มาของภารกิจ “คิดเผื่อเพื่อคนไทย” และการจัดงาน AIS ACADEMY For THAIs 2026 ที่มุ่งเตรียมความพร้อมให้คนไทยรับมือกับโลกยุค AI ไม่ใช่เพียงเข้าถึงหรือใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องสามารถใช้ AI อย่างเข้าใจ สร้างผลลัพธ์ และต่อยอดเป็นโอกาสใหม่ได้จริง

นางสาวกานติมามองว่า ประเทศไทยกำลังขยับจาก AI Access ไปสู่ AI Capability ขณะที่เทคโนโลยีกำลังพัฒนาจาก Generative AI ไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป รวมถึง AGI ดังนั้น สิ่งที่ประเทศต้องเร่งสร้างจึงไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานหรือเครื่องมือที่ทันสมัย แต่คือ “คน” ที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว ตั้งคำถาม ตัดสินใจจากข้อมูล ทำงานร่วมกับ AI และใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ เพราะความพร้อมของคนคือจุดเริ่มต้นของความพร้อมของประเทศ

3 การเปลี่ยนผ่าน สร้าง AI Capability ให้คนไทย

AIS Academy วางเนื้อหาของงานบน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับองค์กร การพัฒนาทักษะคน และการสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศ

มิติแรก คือการเปลี่ยนจากการใช้ AI ในระดับบุคคล ไปสู่การปรับวิธีทำงานทั้งองค์กร โดยเริ่มจากโจทย์และผลลัพธ์ที่ต้องการ พร้อมเตรียมข้อมูล บุคลากร และกระบวนการทำงานให้รองรับการใช้ AI

มิติที่สอง คือการเปลี่ยนจากการเรียนรู้ “เครื่องมือ” ไปสู่การสร้างทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเครื่องมือ AI สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขณะที่ทักษะสำคัญของคนจะอยู่ที่การคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม การตัดสินใจจากข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี

และมิติที่สาม คือการเปลี่ยนจากต่างคนต่างทำ ไปสู่การสร้าง AI Ecosystem ของประเทศ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และประชาชน เพื่อกระจายองค์ความรู้และโอกาสในการใช้ AI ให้เข้าถึงคนในวงกว้าง

JUMP Thailand Hackathon 2026 ปั้นไอเดีย AI สู่การศึกษา

เวทีปีนี้เปิดฉากด้วยการแข่งขัน JUMP Thailand Hackathon 2026 รอบ Final Innovation Pitching จาก 10 ทีมสุดท้าย ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัคร 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้โจทย์ “AI for the Future of Thai Education”

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม MAMO จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรม “Wathasin” AI Speech Coach ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม รับเหมาก่อเรื่อง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรม “BrailleBox” ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม MR. BOBO จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับนวัตกรรม “DEAFIN Education” และรางวัล Popular Vote ได้แก่ ทีม TLDR จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับแพลตฟอร์ม “LearnLy”

ขณะที่เวที Thailand AI Readiness รวบรวมมุมมองจากผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ เมือง รวมถึงองค์กรด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้ เพื่อร่วมถอดโจทย์ความพร้อมของประเทศไทย ตั้งแต่การนำ AI มาพลิกโฉมประเทศ การเปลี่ยนวิธีทำงานและสร้างโอกาสใหม่ ไปจนถึงบทบาทของ AI ต่อชีวิตเมือง และแนวทางที่องค์กรไทยต้องปรับตัวเพื่อเติบโตในยุคปัญญาประดิษฐ์

จาก AI Ready Business สู่ AI Ready Skills

สำหรับวันที่สองของงาน เนื้อหาจะต่อยอดสู่ AI Ready Business และ AI Ready Skills ครอบคลุมกรณีศึกษาการใช้ AI สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ แนวทางเริ่มต้นสำหรับ SME การเตรียมพร้อมต่อพัฒนาการของ AI และ AGI รวมถึงทักษะแห่งอนาคต ทั้งด้านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และการเตรียมคนไทยให้พร้อมต่อโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ผู้เข้าร่วมยังสามารถเรียนรู้ผ่าน Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 Sessions รวมถึงทดลองเทคโนโลยีในรูปแบบ AI Interactive Experience จากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การรับฟัง แต่สามารถนำแนวคิด เครื่องมือ และ Use Case ไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน ธุรกิจ และชีวิตจริง

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้คนไทยตาม AI ให้ทัน แต่คือการสร้างความพร้อมให้คนไทยสามารถใช้ AI สร้างผลลัพธ์และโอกาสใหม่ได้จริง เพราะเมื่อคนพร้อม องค์กรพร้อม และทุกภาคส่วนเดินไปด้วยกัน ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามการเปลี่ยนแปลง แต่จะสามารถใช้ AI เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และอนาคตของประเทศให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางสาวกานติมา กล่าวปิดท้าย