กรุงเทพประกันชีวิตรุกตลาด Longevity เปิด 2 ประกันบำนาญ วางเกม “ใช้ชีวิตดี 4 ด้าน” ส่งเงินก้อน 30% อายุ 60 พร้อมคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรง

กรุงเทพประกันชีวิต เดินหน้ารับเทรนด์ Longevity Economy ที่คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น พร้อมปรับมุมมองการวางแผนเกษียณจากการเตรียม “เงินใช้หลังหยุดทำงาน” ไปสู่การออกแบบคุณภาพชีวิตในระยะยาว เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ “บีแอลเอ เพนชั่น 888” และ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” ชูจุดเด่นรับเงินบำนาญก้อนแรก 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่ออายุ 60 ปี และแบบหลังเพิ่มความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรง รองรับความเสี่ยงด้านสุขภาพในวัยเกษียณ

โชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รูปแบบการวางแผนเกษียณของคนไทยกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่อาจเตรียมเงินรองรับชีวิตหลังเกษียณประมาณ 10–15 ปี และคาดหวังการพึ่งพาบุตรหลาน ปัจจุบันอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นทำให้การเตรียมพร้อมทางการเงินต้องครอบคลุมระยะเวลา 20–30 ปี หรือมากกว่านั้น

ขณะเดียวกัน ชีวิตหลังเกษียณไม่ได้หมายถึงการหยุดทำงานหรือเข้าสู่วัยชราเพียงอย่างเดียว แต่เป็นช่วง Active Aging ที่หลายคนยังมีศักยภาพในการทำธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือเดินหน้าตามเป้าหมายที่ต้องการ ดังนั้นโจทย์ของการเกษียณยุคใหม่จึงไม่ได้อยู่ที่ “มีเงินพอหรือไม่” แต่รวมถึงการมีสุขภาพที่พร้อม มีเงินรองรับ มีสมดุลทางจิตใจ และยังสามารถรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้

จากแนวคิดดังกล่าว กรุงเทพประกันชีวิตจึงนำเรื่อง “ความใส่ใจ” มาต่อยอดเป็นแนวทางการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ ผ่านแนวคิด “การใช้ชีวิตดี 4 ด้าน” ได้แก่ กายฟิต (Body) เงินพร้อม (Budget) ใจสมดุล (Balance) และความสัมพันธ์ดี (Bonding) เพื่อให้การวางแผนเกษียณครอบคลุมทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และคุณภาพชีวิต

ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 แบบถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ดังกล่าว โดย “บีแอลเอ เพนชั่น 888” และ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” มีจุดเด่นสำคัญคือ การรับเงินบำนาญงวดแรกเมื่ออายุ 60 ปี สูงถึง 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นอัตราสูงสุดตามเกณฑ์ใหม่ของกรมสรรพากร ช่วยให้ผู้เอาประกันมีเงินก้อนสำหรับนำไปต่อยอดเป้าหมายในช่วงเริ่มต้นวัยเกษียณ

หลังจากนั้น ผู้เอาประกันจะได้รับเงินบำนาญต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 61–88 ปี ในอัตรา 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปี เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายและสร้างกระแสเงินสำหรับการดำเนินชีวิตในระยะยาว นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

สำหรับ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” เพิ่มมิติด้านการบริหารความเสี่ยงสุขภาพ ด้วยความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรง ได้แก่ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ชนิดรุนแรง และการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

หากได้รับการวินิจฉัยหรือยืนยันจากแพทย์ว่าเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงตามเงื่อนไข ผู้เอาประกันจะได้รับเงินชดเชยรายปีเพิ่มอีก 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อเนื่องจนถึงอายุ 88 ปี เพื่อช่วยรองรับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาและการดูแลระยะยาว โดยไม่ต้องดึงเงินก้อนที่เตรียมไว้สำหรับการเกษียณออกมาใช้

นายโชนกล่าวว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดประกันชีวิตที่ต้องตอบโจทย์มากกว่าการสร้างรายได้หลังเกษียณ เพราะเมื่อคนมีอายุยืนขึ้น ความเสี่ยงทางสุขภาพและค่าใช้จ่ายในช่วงปลายชีวิตก็กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการวางแผนการเงิน

กรุงเทพประกันชีวิตจึงวาง “บีแอลเอ เพนชั่น 888” และ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” เป็นเครื่องมือสำหรับการวางแผนชีวิตหลังเกษียณที่ผสานทั้งรายได้ ความคุ้มครอง และการบริหารภาษีเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิดการสร้างความพร้อมให้คนไทยสามารถใช้ชีวิตในช่วง Active Aging ได้อย่างมีคุณภาพ และลดความเสี่ยงที่จะกลายเป็นภาระทางการเงินของครอบครัวในอนาคต

ทั้งนี้ ผู้สนใจควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้นของกรมธรรม์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินของกรุงเทพประกันชีวิตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร. 02-777-8888