ไทยทาวน์–หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์–รถยนต์บินได้ เปิด 3 โอกาสธุรกิจไทยในจีน
H.O.W. (House of Wisdom) เปิดเวที “China’s Next Chapter: Unlock the Opportunities through the City of Future” เชิญผู้นำด้านเทคโนโลยีและการลงทุนจากนครฉงชิ่ง ประเทศจีน ร่วมถ่ายทอดทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัล รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์บินได้ และหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักธุรกิจและนักลงทุนไทยต่อยอดความร่วมมือ ตั้งแต่โครงการไทยทาวน์ในฉงชิ่ง ไปจนถึงการลงทุนร่วมด้านเทคโนโลยี การเกษตร การแพทย์ และซอฟต์พาวเวอร์ไทย
H.O.W. (House of Wisdom) คอมมูนิตี้ที่ก่อตั้งโดย ธนา เธียรอัจฉริยะ และเรืองโรจน์ พูนผล เดินหน้าเชื่อมโยงเครือข่ายนักธุรกิจไทยกับผู้นำด้านเทคโนโลยีและการลงทุนจากจีน เพื่อเปิดมุมมองโอกาสทางธุรกิจในนครฉงชิ่ง หนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของจีน โดยครอบคลุมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง Digital Economy, EV, Smart Mobility และ Humanoid Robotics
ธนา เธียรอัจฉริยะ กล่าวว่า จีนเป็นประเทศที่มีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ขณะเดียวกัน ธุรกิจไทยจำนวนมากต้องการเข้าไปลงทุนหรือสร้างพันธมิตรกับธุรกิจจีน การเรียนรู้เทคโนโลยีและเข้าใจตลาดจากผู้มีประสบการณ์จริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เวทีนี้จึงไม่เพียงถ่ายทอดความรู้และวิสัยทัศน์ แต่ยังเปิดพื้นที่ Networking เพื่อสร้างความสัมพันธ์และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ
ฉงชิ่งเปิดประตูธุรกิจไทย ผ่านโครงการไทยทาวน์
หวัง กั๋วชิ่ง ผู้แทนสภาประชาชนเขตหยูจง นครฉงชิ่ง ระบุว่า ฉงชิ่งเป็นเขตปกครองระดับมณฑลโดยตรงของจีน และมีนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 500 ล้านคน โดยในปี 2024 หลังจีนดำเนินนโยบายฟรีวีซ่า จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปฉงชิ่งเพิ่มขึ้น 72%
โอกาสสำคัญอยู่ที่การพัฒนาโครงการ ไทยทาวน์ ย่านชาซีเซี่ยง (Chashixiang) เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการไทยเข้าไปเปิดธุรกิจ ถ่ายทอดประสบการณ์ไทยแท้ผ่านอาหารและกิจกรรมทางวัฒนธรรม ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจีนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์จากต่างประเทศ โดยรัฐบาลฉงชิ่งพร้อมสนับสนุนด้านอสังหาริมทรัพย์ นโยบาย และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยเติบโตในตลาดจีน
หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ จากนวัตกรรมสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
โอเวน จ้าน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Anhui Zuxing Robot Group กล่าวว่า จีนกำลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้มีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น โดยหุ่นยนต์จูซิง (ZX) สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในภาคการศึกษา พิพิธภัณฑ์ งานวิจัย วิศวกรรม และกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงงานในชีวิตประจำวัน เช่น พับผ้าและจัดการขยะ
ในภาคอุตสาหกรรม หุ่นยนต์สามารถทำงานยกของหนัก ประกอบชิ้นส่วน และเข้าพื้นที่เสี่ยงอันตราย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่อแรงงานมนุษย์ โดยปัจจุบันมีราคาประมาณ 7,000–8,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 235,900–269,600 บาท
โอเวนมองว่า อุตสาหกรรมนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น พร้อมเน้นว่าการพัฒนาหุ่นยนต์ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยและขีดความสามารถในการทำงาน ขณะเดียวกัน ไทยยังมีโอกาสร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมผ่านความเชี่ยวชาญด้านการจัดหาอะไหล่และความต้องการใช้หุ่นยนต์ในภาคธุรกิจ
EV และรถยนต์บินได้ สะท้อนทิศทาง Smart Mobility
ซิน หลี่ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท CDUI (China Automobile Development United Investment) อธิบายว่า การรวมตัวของผู้ผลิตรถยนต์ 13 แห่ง เพื่อจัดตั้ง CDUI ตามแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมของจีน เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน จนปัจจุบันรถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในจีนมากกว่า 50% เป็นรถยนต์พลังงานใหม่
สำหรับประเทศไทย ซินมองว่ามีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะฐานการผลิต ประตูสู่ตลาดอาเซียนสำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวา และตลาด EV ที่มีอัตราการเข้าถึงตลาดสูงถึง 12% โดยผู้ผลิตรถยนต์จีนต้องการพันธมิตรในไทยด้านบริการหลังการขาย การพัฒนาบุคลากร และซัพพลายเชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าจับตาคือ รถยนต์บินได้ (eVTOL) ซึ่งอยู่ในขั้นต้นแบบ สามารถบินได้ไกลประมาณ 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรองรับน้ำหนัก 220 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม การนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ยังต้องอาศัยความพร้อมด้านใบอนุญาตขับขี่ จุดขึ้นลง และระบบปฏิบัติการ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 5–6 ปี
Technology Co-existence ทางเลือกยกระดับธุรกิจไทย
เฉา เหวินเซี่ย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียแปซิฟิก มองว่า ธุรกิจไทยจำเป็นต้องก้าวข้ามรูปแบบการจ้างผลิต (OEM) แบบเดิม ไปสู่การลงทุนที่ผสานเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศ หรือ Technology Co-existence โดยมี 3 กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ ได้แก่
- เกษตรและอาหาร: จีนต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สามารถต่อยอดเป็นอาหารมูลค่าเพิ่ม เทคโนโลยีการเกษตรและอาหารจึงเป็นโอกาสยกระดับผลิตภัณฑ์ไทย พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของจีน
- การแพทย์และการดูแลผู้สูงอายุ: การเข้าสู่สังคมสูงวัยของจีนเพิ่มความต้องการบริการและเทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุ เปิดทางให้ธุรกิจไทยพัฒนาความร่วมมือและขยายตลาดไปต่างประเทศ
- หัตถศิลป์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย: การนำความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ไทยมาผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัลของจีน ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ที่ต้องการสินค้าและประสบการณ์ใหม่ ๆ
ด้าน เหอ เลี่ย รองประธานบริหาร คณะกรรมการระหว่างประเทศ สมาคมการลงทุนแห่งประเทศจีน (Investment Association of China: IAC) ระบุว่า แนวทางความร่วมมือคือการนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเติมเต็มกัน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและการบริการของไทยสนับสนุนการพัฒนาเมืองในจีน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจีนสนับสนุนธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างสุจริต
เวทีดังกล่าวได้รับความสนใจจากสมาชิก H.O.W. และผู้บริหารจากหลากหลายวงการ รวมถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคุณลลิสา จงบารมี สะท้อนความสนใจของภาคธุรกิจไทยต่อโอกาสจากเทคโนโลยีและตลาดจีน
การเชื่อมโยงครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำสินค้าไทยไปจำหน่ายในจีน แต่เป็นการต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การผลิต และบริการ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และขยายขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ