เคทีซี ไตรมาส 3 กำไรโต 8.9% เดินหน้าคุมต้นทุน บริหารความเสี่ยง ต่อยอดธุรกิจดิจิทัล–ประกันภัย

เคทีซี รักษาการเติบโตของผลประกอบการต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและกำลังซื้อผู้บริโภคยังเปราะบาง โดยไตรมาส 3 ปี 2569 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิงวด 9 เดือนอยู่ที่ 6,521 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนทางการเงิน คุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และความเสี่ยงท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี กล่าวว่า อุตสาหกรรมสินเชื่อยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวในระดับต่ำ ภาระหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและการก่อหนี้ใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกัน ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่มยังมีความเปราะบาง ผู้ประกอบการจึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการเร่งขยายพอร์ตเพียงอย่างเดียว

ภายใต้บริบทดังกล่าว เคทีซียังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดในผลิตภัณฑ์หลัก โดยข้อมูล 8 เดือนแรกของปี 2569 ระบุว่า บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้สินเชื่อบุคคล 4.2% ส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้บัตรเครดิตเพิ่มจาก 14.5% เป็น 14.6% และส่วนแบ่งตลาดปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มจาก 13.1% เป็น 13.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

รายได้โตเล็กน้อย แต่กำไรได้แรงหนุนจากการคุมต้นทุน

ผลประกอบการไตรมาส 3 สะท้อนกลยุทธ์สร้างสมดุลระหว่างรายได้และประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 1.1% และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น 0.4%

ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 2.0% มาอยู่ที่ 4,256 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.4% จากการบริหารต้นทุนเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 1.2% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 35.3% จาก 35.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน แต่เมื่อพิจารณางวด 9 เดือน มีจำนวน 4,155 ล้านบาท ลดลง 8.9% สะท้อนแนวทางบริหารความเสี่ยงที่ยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์ควบคู่กับการรักษาระดับการเติบโต

ด้านต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยในช่วง 9 เดือนแรก ลดลงมาอยู่ที่ 2.62% จาก 2.93% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินอยู่ที่ 1,085 ล้านบาท ลดลง 16.2% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทิศทางดอกเบี้ยในตลาดและการบริหารโครงสร้างเงินกู้ยืมให้เหมาะสมกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ

ยอดใช้จ่ายบัตรโต 4.7% NPL รวมอยู่ที่ 1.92%

ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 เคทีซีมีฐานสมาชิกรวม 3.87 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • ธุรกิจบัตรเครดิต: มีสมาชิก 3,158,768 บัตร เพิ่มขึ้น 8% มียอดสินเชื่อคงค้างรวมดอกเบี้ยค้างรับ 70,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% และมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วง 9 เดือนแรก 229,884 ล้านบาท เติบโต 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.21%
  • ธุรกิจสินเชื่อบุคคล: มีสมาชิก 710,442 บัญชี เพิ่มขึ้น 8% มียอดสินเชื่อคงค้างรวมดอกเบี้ยค้างรับ 36,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% และมี NPL อยู่ที่ 2.65%
  • พอร์ตสินเชื่อรวม: เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 107,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.92%

ส่วนพอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามีมูลค่า 1,130 ล้านบาท ลดลง 30.6% ตามนโยบายหยุดปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 และมุ่งเน้นติดตามหนี้พร้อมบริหารคุณภาพพอร์ตที่มีอยู่

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเคทีซียังรักษาการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนสมาชิกและยอดใช้จ่าย ขณะที่สินเชื่อบุคคลยังขยายตัวในระดับจำกัดตามแนวทางพิจารณาสินเชื่ออย่างระมัดระวัง เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากภาระหนี้ของผู้บริโภค

ต่อยอดประกันภัย–บริหารหนี้ เสริมโอกาสสร้างรายได้

นอกเหนือจากธุรกิจสินเชื่อหลัก เคทีซีกำลังขยายศักยภาพการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อขอขึ้นทะเบียนกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัย เพื่อเสนอขายกรมธรรม์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลภายในไตรมาส 4 ปี 2569

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท วินเพอร์ฟอร์แมนซ์ จำกัด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และนำเข้ามาเป็นบริษัทย่อย เพื่อสนับสนุนการบริหารต้นทุนการดำเนินงานด้านติดตามหนี้ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทยในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคล โดยใช้ระบบดิจิทัลสนับสนุนการวิเคราะห์ความต้องการของสมาชิก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว

ด้านการดูแลลูกหนี้ เคทีซีดำเนินมาตรการช่วยเหลือตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับลดค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดผ่านบัตรเครดิตจาก 3% เหลือ 2.5% ของยอดเบิกถอน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ

นอกจากนี้ ยังร่วมกับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ในโครงการเทียบเท่า “คลินิกแก้หนี้ by SAM” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569

สภาพคล่องพร้อมรับมือความผันผวน

ด้านฐานะทางการเงิน กลุ่มบริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่ได้เบิกใช้ 19,880 ล้านบาท ขณะที่ภาระหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่ครบกำหนดชำระในช่วงที่เหลือของไตรมาส 4 ปี 2569 อยู่ที่ 9,130 ล้านบาท สะท้อนความพร้อมด้านสภาพคล่องสำหรับรองรับภาระทางการเงินในระยะสั้น

นางพิทยากล่าวว่า เคทีซียังคงปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล พัฒนาระบบนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์สมาชิกได้ตรงความต้องการมากขึ้น พร้อมรักษาวินัยทางการเงินและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ทิศทางการดำเนินธุรกิจของเคทีซีจึงให้น้ำหนักกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพมากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อ โดยใช้จุดแข็งด้านฐานสมาชิก การบริหารต้นทุน และการควบคุมคุณภาพลูกหนี้เป็นกลไกหลักในการรักษาความสามารถทำกำไร พร้อมต่อยอดธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในระยะยาว

 

 

KTCQ3Y2026บัตรเครดิตผลประกอบการสินเชื่อบุคคลเคทีซี
Comments (0)
Add Comment