ธ.ก.ส. ใช้เวทีพืชสวนโลกอุดรธานี ดันเกษตรสีเขียว สร้างรายได้จากพลังงานสะอาด–คาร์บอนเครดิต

ธ.ก.ส. ร่วมจัดนิทรรศการในงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ภายใต้แนวคิด “Green Bank” นำเสนอการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเกษตร พลังงานสะอาด และคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มมูลค่าภาคการเกษตรและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยนายสุธีร์ วิศิษฎ์วรากร ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เข้าร่วมงานแถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี คาดดึงดูดผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท

การเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีเพียงการลดต้นทุนหรือใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า แต่ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรสร้างรายได้จากสินทรัพย์ธรรมชาติและเทคโนโลยีสีเขียว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงใช้เวทีมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 นำเสนอแนวทางพัฒนาภาคเกษตรผ่านแนวคิด “ธนาคารสีเขียว” หรือ Green Bank เชื่อมโยงนวัตกรรม พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจคาร์บอนเข้ากับการสร้างโอกาสทางธุรกิจของเกษตรกรไทย

นายสุธีร์ วิศิษฎ์วรากร ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เข้าร่วมงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงาน

มหกรรมครั้งนี้ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ประกอบด้วยสวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศและ 2 องค์กรนานาชาติ สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทย 16 สวน รวมถึงสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น พร้อมนิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรม

ผู้จัดงานตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมยกระดับจังหวัดอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

4 โซน Green Bank เปลี่ยนความรู้เกษตรสีเขียวให้ต่อยอดได้จริง

ธ.ก.ส. จัดนิทรรศการภายในอาคารบนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร นำเสนอภารกิจของธนาคารในการสนับสนุนเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานใช้ภายในอาคาร สะท้อนแนวทางการนำพลังงานสะอาดมาประยุกต์ใช้จริง โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 4 โซนสำคัญ

  1. โซนภารกิจ ธ.ก.ส. ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ นำเสนอการสนับสนุนเงินทุนและองค์ความรู้แก่เกษตรกร ควบคู่กับตัวอย่างการใช้พลังงานสะอาดเพื่อการเกษตรและครัวเรือน เช่น แบบจำลองกังหันลมและระบบโซลาร์เซลล์ พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากลูกค้าธนาคารผ่าน BAAC Outlet เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาการผลิตกับโอกาสทางการตลาด
  2. โซนธนาคารต้นไม้และคาร์บอนเครดิต ถ่ายทอดแนวทางเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านโมเดลปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และการวัดขนาดต้นไม้เพื่อประเมินคาร์บอนเครดิต พร้อมนำเสนอไม้เศรษฐกิจ 58 ชนิด อาทิ พะยูง สัก ยางนา และตะเคียนทอง ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นหลักประกันสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตตามเงื่อนไขที่กำหนด แนวคิดสำคัญของโซนนี้คือการทำให้เกษตรกรเห็นว่า ต้นไม้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงผลผลิตหรือเนื้อไม้ แต่ยังสามารถเป็นสินทรัพย์ที่สร้างโอกาสทางการเงินและรายได้จากบริการด้านสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อมีการประเมินและดำเนินการตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  3. โซน BCG Economy และนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ นำเสนอแนวทางประยุกต์ใช้เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy ควบคู่กับนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในภาคการเกษตร
  4. โซนสวนดอกไม้ พรรณไม้ และจุดถ่ายภาพ จัดสวนประดับด้วยพืชหลากหลายชนิดเพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้คุณค่าของธรรมชาติผ่านประสบการณ์จริง อาทิ กกทรงกระบอก กกรังกา และธูปฤาษี ซึ่งสามารถมีบทบาทในการบำบัดน้ำเสียและช่วยดูดซับสารบางชนิดภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงหญ้าน้ำพุที่นำมาใช้จัดภูมิทัศน์และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียว

ยกระดับบทบาทธนาคาร สู่การสร้างเศรษฐกิจชนบทอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้เป็นโอกาสที่ ธ.ก.ส. จะถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรสีเขียวให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ตั้งแต่การนำพลังงานสะอาดมาใช้ในแปลงเกษตร การประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการพัฒนารายได้จากคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร

ขณะเดียวกัน ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาบทบาทของ ธ.ก.ส. ในฐานะ “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ที่ไม่ได้มุ่งสนับสนุนเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรและการต่อยอดทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 เวลา 08.00–20.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 199 บาท จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เว็บไซต์ https://www.allticket.com/event/UdonExpo2026 และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน นอกจากนี้ยังมีบัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี และบัตรแบบกลุ่ม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.udonthaniexpo2026.com หรือ LINE Official Account: @organizer.udonexpo

 

 

#BCGEconomy#GreenBank#มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี2569baacธกส
Comments (0)
Add Comment