GULF โชว์กำไรสุทธิ Q3/2569 โต 28% แตะ 9,289 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจพลังงาน-AIS

GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 52,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% และกำไรสุทธิ 9,289 ล้านบาท เติบโต 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน ธุรกิจ LNG และส่วนแบ่งกำไรจาก AIS พร้อมคงเป้ารายได้และ EBITDA ปี 2569 เติบโต 12-15% เดินหน้าขยายกำลังผลิตไฟฟ้าและธุรกิจ Data Center รองรับความต้องการพลังงานและ AI ในระยะยาว

กำไรโตต่อเนื่อง ธุรกิจพลังงานและ AIS หนุนผลประกอบการ

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 52,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% จาก 30,177 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 9,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จาก 7,280 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 9,289 ล้านบาท เติบโต 28% จาก 7,274 ล้านบาทในไตรมาส 3/2568 ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 15,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จาก 13,641 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากผลประกอบการของธุรกิจพลังงานที่เติบโต ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน AIS ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการเติบโตของธุรกิจหลักควบคู่กับการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่

โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติรับอานิสงส์ความต้องการใช้ไฟฟ้า

ธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD มีกำไรเพิ่มขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ Load Factor เฉลี่ยเพิ่มจาก 45% ในไตรมาส 3/2568 เป็น 72% ในไตรมาส 3/2569

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จำนวน 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จาก 218 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน A-Inspection ของหน่วยผลิตที่ 1

ส่วนกลุ่ม GJP มีส่วนแบ่งกำไร Core Profit จำนวน 562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จาก 550 ล้านบาท โดยโรงไฟฟ้า IPP ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย (GUT) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง (GNS) มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Load Factor เฉลี่ยอยู่ที่ 18% และ 37% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้า SPP ทั้ง 7 แห่งมีกำไรลดลงเล็กน้อย จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับค่า Ft ที่ลดลง

ด้านโรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐอเมริกา รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จำนวน 932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จาก 557 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในตลาด PJM โดยเฉพาะความต้องการจากธุรกิจ Data Center ค่า Capacity Payment เฉลี่ยเพิ่มจาก 270 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวันในไตรมาส 3/2568 เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวันในไตรมาส 3/2569 ประกอบกับส่วนต่างระหว่างราคาขายไฟฟ้ากับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นตามราคาไฟฟ้า โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วงคลื่นความร้อนเดือนกรกฎาคม 2569

Borkum Riffgrund is MHI Vestas’ first offshore wind project in the German North Sea. The 450MW project is the first German offshore wind farm to feature 8MW turbines and suction bucket jacket foundations. Borkum Riffgrund provides enough clean energy to power more than 460,000 German homes.

พลังงานหมุนเวียนขยายกำลังผลิต รับรู้รายได้จากโครงการใหม่

ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีผลประกอบการดีขึ้นจากการทยอยเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการ Solar Farm และ Solar Farm พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) ในประเทศไทย ปัจจุบันมีโครงการเปิดดำเนินงานแล้ว 14 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,379 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาส 3/2568 ซึ่งมีโครงการดำเนินงานเพียง 5 แห่ง กำลังการผลิตรวม 532 เมกะวัตต์

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul รับรู้ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จำนวน 319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จาก 230 ล้านบาท เนื่องจากความเร็วลมเฉลี่ยเพิ่มจาก 5.7 เมตรต่อวินาที เป็น 6.5 เมตรต่อวินาที ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม MKW ในเวียดนามมีผลประกอบการดีขึ้น หลังได้ข้อสรุปอัตราค่าไฟฟ้าใหม่กับการไฟฟ้าเวียดนาม โดยราคาขายไฟฟ้าเพิ่มจาก 3.9 เซนต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็น 7.2 เซนต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมลดสัดส่วนการถูกจำกัดการจ่ายไฟฟ้า (Curtailment) จาก 5% เหลือ 1%

LNG-Digital เติบโต รับดีมานด์พลังงานและ Data Center

ธุรกิจทรัพยากรมีผลประกอบการดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ภายใต้ GLNG และ HKH ซึ่งมีปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้น พร้อมดำเนินกลยุทธ์ LNG Optimization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสทางการค้า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทนำเข้า LNG รวม 56 ลำ คิดเป็นปริมาณประมาณ 3.7 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จากโครงการ PTT NGD ลดลง 7% มาอยู่ที่ 184 ล้านบาท จาก 199 ล้านบาทในปีก่อน แม้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่ได้รับผลกระทบจากผลขาดทุนของตราสารอนุพันธ์

ด้านธุรกิจดิจิทัลภายใต้กลุ่ม Gulf Edge พลิกกลับมาทำกำไรได้ในไตรมาส 3/2569 หลังศูนย์ข้อมูล GSA01 เปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และมีลูกค้าเข้ามาใช้พื้นที่ให้บริการเต็มพื้นที่ สะท้อนโอกาสเติบโตของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับความต้องการใช้ Data Center และ AI ที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จาก AIS อยู่ที่ 4,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จาก 3,829 ล้านบาทในปีก่อน จากรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ที่เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และ Fixed Broadband รวมถึงยอดขายโทรศัพท์มือถือที่เติบโต ประกอบกับต้นทุนโครงข่ายและคลื่นความถี่ลดลง นอกจากนี้ บริษัทรับรู้เงินปันผลจากเงินลงทุนรวม 474 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 276 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากเงินปันผลรับจาก KBANK ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการลงทุน

คงเป้าปี 2569 โต 12-15% จับตาโรงไฟฟ้าใหม่หนุนไตรมาส 4

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงประมาณการการเติบโตของรายได้รวมและ EBITDA ในปี 2569 ที่ประมาณ 12-15% โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2569 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน สำหรับปัจจัยสนับสนุนในช่วงปลายปี มาจากโครงการ Solar Farm และ Solar BESS ในประเทศ จำนวน 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 373 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569

ขณะเดียวกัน โครงการ Solar Rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าให้ลูกค้าเพิ่มเติมอีกประมาณ 30 เมกะวัตต์ในไตรมาส 4 รวมถึงการเข้าสู่ช่วง High Season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการของโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul ในประเทศไทย และโครงการ BKR2 ในเยอรมนี

ปี 2570 เพิ่มกำลังผลิตใหม่กว่า 600 เมกะวัตต์

นายสมิทธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2570 บริษัทมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าใหม่หลายแห่ง มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมมากกว่า 600 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย

  • โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 133 เมกะวัตต์
  • โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 376 เมกะวัตต์
  • โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 12 โครงการ กำลังการผลิตรวม 118 เมกะวัตต์
  • โรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอุตสาหกรรม (SRF) 3 โครงการ

นอกจากธุรกิจพลังงาน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจดิจิทัล โดยโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน–นครราชสีมา (M6) มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/2570

ส่วนธุรกิจ Data Center มีแผนเปิดให้บริการโครงการ GSA02 ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดชลบุรี กำลังการให้บริการสูงสุด 38.1 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 2/2570 และโครงการ GEDC01 จังหวัดระยอง กำลังการให้บริการสูงสุด 100 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 4/2570

มองโอกาส PDP 2026 และ Direct PPA ต่อยอดธุรกิจพลังงาน

สำหรับทิศทางระยะยาว GULF มองเห็นโอกาสจากร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน โครงการ Direct PPA ที่เปิดโอกาสให้ซื้อขายไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานได้หลากหลายขึ้น โดยไม่จำกัดเฉพาะพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาโครงการใหม่และรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น

ด้านธุรกิจดิจิทัล บริษัทมุ่งขยายการลงทุนใน Data Center, Cloud และ AI ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการจากภาคธุรกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 GULF มีสินทรัพย์รวม 841,610 ล้านบาท หนี้สินรวม 478,774 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 362,836 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest-bearing Debt to Equity) อยู่ที่ 1.02 เท่า ลดลงจาก 1.06 เท่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จากส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นตามผลประกอบการที่ดีขึ้น

ภาพรวมการดำเนินงานสะท้อนทิศทางการเติบโตของ GULF ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจโรงไฟฟ้า แต่กำลังขยายพอร์ตไปสู่พลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center และ AI ซึ่งมีแนวโน้มเป็นแหล่งความต้องการใช้พลังงานและโอกาสทางธุรกิจสำคัญในอนาคต

 

#GULFDevelopment#กำไรไตรมาส3GULFผลประกอบการ
Comments (0)
Add Comment