ทรู ผนึก ม.เทคโนโลยีมหานคร–GalaxySpace เปิดตัว “ASTRA” ปั้นคนไทยรับเศรษฐกิจอวกาศ
วาง Space Talent Framework เชื่อม “อวกาศ–AI–ข้อมูล–การสื่อสาร” สู่การวิจัยและการใช้งานจริง หวังยกระดับไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้สร้างนวัตกรรม
ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ ผนึกกำลัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และ GalaxySpace เปิดตัวโครงการ ASTRA (Accelerated Space Technology, Research & Applications) เดินหน้าพัฒนาบุคลากรไทยรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศ โดยเชื่อมองค์ความรู้ด้านดาวเทียม การสื่อสาร AI และข้อมูล เข้ากับงานวิจัย การทดลอง และการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและประเทศ
โครงการ ASTRA วาง “การพัฒนาคน” เป็นหนึ่งในแกนหลักของความร่วมมือ พร้อมสร้าง Space Talent Framework ที่เชื่อมตั้งแต่การเรียนรู้ เทคโนโลยีอวกาศ งานวิจัย การทดลอง ไปจนถึงการสร้างต้นแบบและการนำไปใช้งานจริง เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย วิศวกร และนวัตกรไทยได้ทำงานกับเทคโนโลยี ข้อมูล และโจทย์จริง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภาคการศึกษา อุตสาหกรรม และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก
3 พันธมิตร ผนึกกำลังสร้าง Space Talent รุ่นใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้แบ่งบทบาทของ 3 พันธมิตรอย่างชัดเจน โดย GalaxySpace สนับสนุนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทรัพยากรด้านเทคโนโลยีดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานอวกาศ ข้อมูลดาวเทียม และระบบการเชื่อมต่อ เพื่อให้บุคลากรไทยได้เรียนรู้จากเทคโนโลยีและการใช้งานจริง
ด้าน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ทำหน้าที่เป็นฐานด้านวิศวกรรมดาวเทียม โทรคมนาคม งานวิจัย และการพัฒนากำลังคน เชื่อมองค์ความรู้เชิงวิชาการเข้ากับการทดลอง การสร้างต้นแบบ และทักษะที่อุตสาหกรรมอวกาศยุคใหม่ต้องการ
ขณะที่ ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จะนำ AI เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบการสื่อสาร นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านธุรกิจเข้ามาผสานกับโจทย์จริงของอุตสาหกรรม โดยทำงานร่วมกับ CP Center of Excellence (CP COE) ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งอนาคตของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อเชื่อมบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรจากหลากหลายสาขาเข้ากับโครงการ ASTRA
จาก Learning สู่ Application และ Space Economy
หัวใจสำคัญของ ASTRA คือการสร้างบุคลากรที่ไม่ได้มองเทคโนโลยีอวกาศแบบแยกส่วน แต่เข้าใจตั้งแต่การได้มาซึ่งข้อมูลจากอวกาศและภาคพื้นดิน ระบบการเชื่อมต่อ การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการใช้ AI, Machine Learning, Geo AI และ Geospatial Analytics เพื่อเปลี่ยน Data → Intelligence → Decision → Action
กรอบการพัฒนาบุคลากรของ ASTRA ครอบคลุม 5 ระดับ ตั้งแต่ Space Foundation สร้างพื้นฐานความรู้ด้านดาวเทียม Earth Observation ระบบภาคพื้นดิน โทรคมนาคม NTN และข้อมูลภูมิสารสนเทศ ต่อด้วย Data & AI Intelligence การวิเคราะห์ข้อมูลและสร้าง Space Intelligence
จากนั้นเข้าสู่ Research & Experimentation การทำงานกับโจทย์จริง การทดลองโมเดล และพัฒนาต้นแบบ ก่อนต่อยอดสู่ Applications & Missions เช่น การบริหารจัดการภัยพิบัติ เกษตรอัจฉริยะ เมืองและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการเชื่อมต่อ และสุดท้ายคือ Innovation & Space Economy ที่มุ่งต่อยอดผลงานสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ สตาร์ทอัพ ทรัพย์สินทางปัญญา และโอกาสทางธุรกิจ
เตรียมศึกษา “Joint Space Intelligence Lab”
อีกหนึ่งแผนงานสำคัญคือการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Joint Space Intelligence Lab ซึ่งจะเป็นพื้นที่กลางสำหรับเชื่อม “คน + เทคโนโลยี + ข้อมูล + โจทย์จริง” เข้าด้วยกัน ทั้งการเรียนรู้ การวิจัยและพัฒนา AI/ML การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม การทดสอบต้นแบบ และโครงการนำร่องร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายคือสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรพัฒนาจากผู้เรียนไปสู่ผู้วิจัย ผู้พัฒนา และผู้สร้างนวัตกรรม ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่เชื่อมมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอวกาศ
4 เสาหลัก เชื่อม Talent สู่เศรษฐกิจอวกาศ
ASTRA วาง 4 เสาหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่ Space Infrastructure & Connectivity การเรียนรู้ระบบดาวเทียม สถานีภาคพื้นดิน ข้อมูลดาวเทียม และเทคโนโลยีการสื่อสารยุคใหม่ รวมถึง NTN
Space Intelligence มุ่งพัฒนาทักษะการผสานข้อมูลจากดาวเทียมและภาคพื้นดิน วิเคราะห์ด้วย AI/ML, Geo AI และ Geospatial Analytics เพื่อสนับสนุนการคาดการณ์และการตัดสินใจ
Space Applications & Ecosystem นำ Space Intelligence มาพัฒนาเป็นต้นแบบ แอปพลิเคชัน และบริการ พร้อมเชื่อมโยงกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ สตาร์ทอัพ และพันธมิตร เพื่อสร้าง Use Cases ที่ใช้งานได้จริง
และ Space Talent & Economy สร้างเส้นทางพัฒนาทักษะตั้งแต่การเรียนรู้ไปจนถึงการวิจัย นวัตกรรม และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมทำงานและสร้างคุณค่าในเศรษฐกิจอวกาศ
“คน” คือโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจอวกาศไทย
นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้างบุคลากรที่เข้าใจ เชื่อมโยง และเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เกิดคุณค่าได้จริง
ASTRA จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากเทคโนโลยี ข้อมูล และโจทย์จริง พร้อมพัฒนาทักษะตั้งแต่ Space Technology ไปจนถึง AI, Intelligence, Applications และการสร้างนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนข้อมูลจากอวกาศให้เป็น Intelligence และนำไปสู่ Decision และ Action ที่สร้างผลกระทบได้จริง
ด้าน รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า การสร้างขีดความสามารถด้านอวกาศของประเทศต้องพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรไปพร้อมกัน โดย ASTRA จะเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย และวิศวกรได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่ดาวเทียมและโทรคมนาคม การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยและทดสอบ ไปจนถึงการพัฒนาต้นแบบและแอปพลิเคชัน
ขณะที่นายปีเตอร์ หวง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ GalaxySpace กล่าวว่า GalaxySpace พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทรัพยากรด้านเทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อช่วยพัฒนาบุคลากรไทย โดยเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงานกับเทคโนโลยีและ Use Cases จริง จะช่วยเร่งการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศไทย และสามารถต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนได้ในอนาคต
จาก “ผู้ใช้” สู่ “ผู้สร้าง” เทคโนโลยีอวกาศ
เป้าหมายระยะยาวของ ASTRA คือการสร้างระบบนิเวศแบบเปิดที่เชื่อม มหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคธุรกิจ สตาร์ทอัพ และพันธมิตรระดับโลก เพื่อให้ประเทศไทยขยับจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ไปสู่การเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ บุคลากร Space Intelligence นวัตกรรม และแอปพลิเคชันของตัวเอง โดยจะเริ่มจากโจทย์ที่มีผลกระทบต่อประเทศ เช่น การบริหารจัดการภัยพิบัติ เกษตรอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อ ก่อนขยายไปสู่โจทย์ใหม่ของประเทศและภูมิภาค
ASTRA จึงไม่ใช่เพียงโครงการด้านเทคโนโลยีอวกาศ แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ต้องการวางรากฐาน “คน” ให้พร้อมรับโอกาสของ Space Economy และผลักดันให้เทคโนโลยีจากอวกาศเดินทางจาก ข้อมูล สู่ปัญญา สู่การตัดสินใจ และการสร้างคุณค่าจริงบนโลก