เปิดเรื่องเล่า 3 พื้นที่ เมื่อพลังงานสะอาดเป็นได้มากกว่าแค่แสงสว่าง GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มีค่าใช้จ่าย ถึง 28 ส.ค. นี้
ลองจินตนาการถึงหมู่บ้านบนดอยสูงกว่า 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่ชาวบ้านปลูกกาแฟคุณภาพดีท่ามกลางผืนป่า หรือชุมชนที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ รวมถึงหมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่บนแพกลางอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน เปรียบเสมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
ทว่าเบื้องหลังความงดงามเหล่านี้ หลายชุมชนกลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดสำคัญ นั่นคือ “การเข้าถึงไฟฟ้า” เพราะด้วยทำเลที่อยู่ห่างไกล ระบบสาธารณูปโภคจึงเข้าไม่ถึงหรือมีไฟฟ้าใช้อย่างจำกัด ส่งผลต่อทั้งการศึกษา การแพทย์ การสื่อสาร ตลอดจนการประกอบอาชีพและสร้างรายได้
นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่องมากว่า 5 ปี ครอบคลุมแล้วกว่า 20 พื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งพื้นที่บนดอย เกาะ และชายแดน
เพราะ GULF เชื่อว่า “ไฟฟ้า” ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพลังงานสำหรับให้แสงสว่าง แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาส ทั้งด้านการศึกษา การสร้างงาน สร้างรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
บ้านดอยเวียง เปลี่ยน “กาแฟเชอรี่” สู่ “กาแฟกะลา” เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต
หนึ่งในพื้นที่ที่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนคือ บ้านดอยเวียง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ชุมชนชาวเขาเผ่าลาหู่ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในเขตอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีประชากรราว 100 หลังคาเรือน หรือประมาณ 400 คน โดยกว่า 80% ประกอบอาชีพปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ควบคู่กับการดูแลผืนป่าต้นน้ำ
ด้วยระดับความสูงกว่า 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทั้งสภาพอากาศและดินเอื้อต่อการปลูกกาแฟคุณภาพ ทำให้ผลผลิตของบ้านดอยเวียงมีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ที่ผ่านมา ชุมชนต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากพลังน้ำซึ่งมีความไม่แน่นอน ใช้งานได้เพียง 3–4 ชั่วโมงต่อวัน และในฤดูแล้งเมื่อปริมาณน้ำลดลง ทั้งหมู่บ้านอาจไม่มีไฟฟ้าใช้ทั้งกลางวันและกลางคืน
ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้เกษตรกรไม่สามารถแปรรูปกาแฟได้ ต้องขายในรูป “กาแฟเชอรี่สด” ให้กับพ่อค้าคนกลางในราคาประมาณกิโลกรัมละ 25–30 บาท ขณะที่ราคายังผันผวนตามตลาด ทำให้รายได้ไม่แน่นอน
เมื่อ GULF เข้าไปติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงบ้านดอยเวียง ไฟฟ้าจึงไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อสร้างแสงสว่าง แต่ยังช่วยเชื่อมต่อระบบดาวเทียมและสัญญาณโทรศัพท์ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงองค์ความรู้และการเรียนรู้จากโลกภายนอก
พร้อมกันนั้น GULF ยังสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรือนสำหรับสีกาแฟ และจัดซื้อเครื่องสีกาแฟที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ชุมชน ทำให้ชาวบ้านสามารถยกระดับการแปรรูปจากกาแฟเชอรี่สู่ “กาแฟกะลา” ซึ่งมีมูลค่าสูงขึ้น
นายยูเอละ จะอืด กรรมการหมู่บ้านและตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านดอยเวียง สะท้อนว่า จากเดิมที่ชาวบ้านทำได้เพียงขายกาแฟเชอรี่สด เมื่อมีทั้งไฟฟ้า โรงเรือน และเครื่องสีกาแฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ จึงสามารถต่อยอดการแปรรูปและขายกาแฟกะลาได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสในการพัฒนาแบรนด์กาแฟของชุมชนในอนาคต
ที่สำคัญ การเข้ามาของโครงการยังทำให้ชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่เห็นความสำคัญของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ นำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อรักษาป่าต้นน้ำให้เติบโตไปพร้อมกับชุมชน
บ้านปากนาย โซลาร์เซลล์บนแพลอยน้ำ เสริมความมั่นคงอาชีพประมง
อีกหนึ่งพื้นที่คือ บ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน ชุมชนบนแพกลางอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ มีประชากรราว 200 คน และสืบทอดวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านมาหลายชั่วอายุคน โดยมีทั้งการจับสัตว์น้ำและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลาเป็นอาชีพหลัก
แต่ด้วยทำเลที่อยู่บริเวณปลายสายส่ง ประกอบกับลักษณะพื้นที่เป็นแพลอยน้ำ ทำให้ชุมชนประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า ส่งผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะการเก็บรักษาและแปรรูปปลา ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าและมีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บ
GULF จึงเข้าไปติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บน “แพส่วนกลาง” ของหมู่บ้าน โดยออกแบบให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลง แพสามารถเคลื่อนตัวตามระดับน้ำได้ ทำให้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าและใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง
น.ส.จารุณี ซ้อนสมบัติ ผู้ใหญ่บ้านปากนาย กล่าวว่า การมีแพส่วนกลางที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์และสามารถเคลื่อนที่ตามระดับน้ำได้ ช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านที่นำพื้นที่ไปใช้แปรรูปปลาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ปลาอบแห้ง ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสียหายของผลผลิต และลดภาระด้านพลังงาน
จากเดิมที่ไฟฟ้าเป็นข้อจำกัด โซลาร์เซลล์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้ชาวบ้านสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพประมงพื้นบ้านในระยะยาว
บ้านวุ้งกะสัง จากความมืด สู่พื้นที่สร้างงานสร้างอาชีพยามค่ำคืน
ขณะที่ บ้านวุ้งกะสัง ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เป็นชุมชนชาวปกาเกอะญอที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในหุบเขาทางทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ปัจจุบันมีประมาณ 110 หลังคาเรือน หรือกว่า 357 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและปศุสัตว์
ด้วยพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน ทำให้ระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ในช่วงกลางคืนชาวบ้านต้องใช้เทียน ขี้ไต้ หรือแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กเพื่อให้แสงสว่างเท่าที่จำเป็น
GULF จึงเข้าไปติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งน้ำร้อน–วุ้งกะสัง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสุขภาวะของเด็ก พร้อมเปิดโอกาสด้านการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเด็กก่อนวัยเรียน ขณะเดียวกันยังเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าไปยังพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งศาลาอเนกประสงค์และลานกีฬา ให้กลายเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
น.ส.ดวงใจ จูมงคล ผู้ใหญ่บ้านวุ้งกะสัง กล่าวว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้เปลี่ยนเพียงเรื่องการศึกษาของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แต่ยังทำให้พื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น ชาวบ้านมีจุดชาร์จไฟสำหรับเครื่องมือทางการเกษตรและอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ต้องเดินทางออกไปชาร์จไฟนอกพื้นที่เหมือนที่ผ่านมา
เมื่อมีแสงสว่างในช่วงค่ำ กลุ่มแม่บ้านยังสามารถใช้ศาลาส่วนกลางเป็นพื้นที่ทำอาชีพเสริม ทั้งการทอผ้าพื้นเมืองและการจักสาน สร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับครอบครัว
สำหรับชุมชนแห่งนี้ “แสงไฟ” จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการมองเห็นในยามค่ำคืน แต่หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนกลับมารวมตัวกัน สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชน
จาก “ไฟฟ้า” สู่โอกาสที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน
เรื่องราวของทั้ง 3 พื้นที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อพลังงานสะอาดเดินทางไปถึงชุมชนที่เคยขาดแคลนไฟฟ้า
ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี GULF ไม่ได้มุ่งเพียงส่งมอบอุปกรณ์หรือเทคโนโลยี แต่ใช้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียนเข้าไปแก้โจทย์ที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่การสร้างโอกาสทางการศึกษา การสนับสนุนอาชีพ การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ไปจนถึงการสร้างพื้นที่ส่วนกลางสำหรับชุมชน
เพราะเมื่อ “ไฟฟ้า” เข้าถึง โอกาสก็เข้าถึงตามไปด้วย
และเพื่อส่งต่อแสงสว่างและโอกาสไปยังชุมชนอื่น ๆ GULF จึงเปิดโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อรับการสนับสนุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ผู้ที่สนใจสามารถเสนอชื่อและรายละเอียดพื้นที่ที่ต้องการรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 สิงหาคม 2569 ผ่านแบบฟอร์มของโครงการ
ร่วมเสนอพื้นที่ผ่านแบบฟอร์ม GULF Sparks, Life Starts สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Gulf SPARK
ทั้งนี้ การพิจารณาคัดเลือกพื้นที่เป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัทฯ และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการพิจารณาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า