กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้ากวาดรางวัลมิชลินระดับโลก “ดุสิตธานี กรุงเทพ” นำทัพคว้า 2 กุญแจมิชลิน

กลุ่มดุสิตธานีเดินหน้าตอกย้ำมาตรฐานธุรกิจ Hospitality ระดับสากล หลัง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ได้รับการเลื่อนระดับจาก 1 กุญแจ เป็น 2 กุญแจมิชลิน (Two Michelin Keys) จาก “มิชลิน ไกด์” ประจำปี 2569 พร้อมกับโรงแรมและร้านอาหารในเครือที่ได้รับการรับรองในหลายระดับ ครอบคลุม ไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สะท้อนการยกระดับประสบการณ์การบริการของดุสิตในตลาดโลก

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับ 2 กุญแจมิชลินของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ รวมถึงการได้รับการรับรองจากมิชลินของโรงแรมและห้องอาหารหลายแห่งในเครือ ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และความใส่ใจของทีมงาน

โดยเฉพาะการนำรากฐานการบริการแบบไทยมาผสานกับการออกแบบประสบการณ์ให้สอดรับกับนักเดินทางยุคใหม่ ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ดุสิตสามารถแข่งขันในตลาด Hospitality ระดับสากลได้

ดุสิตธานี กรุงเทพ ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการประกาศรางวัลในปีนี้ โดยได้รับการยกระดับเป็น 2 กุญแจมิชลิน หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับ 1 กุญแจ โรงแรมมีจำนวน 257 ห้อง ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งแรก ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2513 ก่อนปิดปรับปรุงในปี 2562 และกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนกันยายน 2567

โรงแรมแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) โครงการมิกซ์ยูสแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ ที่ประกอบด้วยโรงแรม ที่พักอาศัยระดับลักชัวรี อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และสวนสาธารณะลอยฟ้า โดยโรงแรมถูกวางตำแหน่งให้เป็น Flagship ของแบรนด์ดุสิตธานีและเป็นต้นแบบมาตรฐานใหม่ของการบริการในเครือ

จุดขายสำคัญคือการนำเอกลักษณ์ของดุสิตธานีมาผสมกับดีไซน์ร่วมสมัย ห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินี ขณะที่ประสบการณ์การเข้าพักเน้นการบริการเฉพาะบุคคล การต้อนรับแบบไทย และการเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ

ขณะเดียวกัน ดุสิตธานี เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และ ดุสิตธานี มักตัน เซบู รีสอร์ท ประเทศฟิลิปปินส์ ยังคงรักษามาตรฐาน 1 กุญแจมิชลิน ไว้ได้ ส่งผลให้ดุสิตมีโรงแรมที่ได้รับ Michelin Key ใน 3 ประเทศ ขณะที่โรงแรมแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ได้แก่ อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์, อาศัย กรุงเทพฯ สาทร และอาศัย เกียวโต ชิโจ ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มโรงแรมแนะนำของ Michelin Guide เช่นกัน

ด้านธุรกิจอาหาร “คานนูบี บาย อุมแบร์โต บอมบานา” ห้องอาหารอิตาเลียนภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ยังคงรักษา 1 ดาวมิชลิน ในคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2569 หลังได้รับดาวดวงแรกจากการประกาศผลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยในรอบล่าสุดยังถือเป็นห้องอาหารอิตาเลียนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับดาวมิชลิน

ส่วน เธียนดอง ห้องอาหารเวียดนาม ณ บ้านดุสิตธานี ยังคงได้รับการจัดอันดับ Bib Gourmand ซึ่งสะท้อนคุณภาพอาหารในระดับราคาที่สมเหตุสมผล

สำหรับตลาดต่างประเทศ ห้องอาหาร เบญจรงค์ และ อูมุ ณ ดุสิตธานี มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการจัดอันดับ Michelin Selected ในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฟิลิปปินส์ ประจำปี 2569 ขณะที่ นามัค ห้องอาหารอินเดียร่วมสมัย ณ ดุสิตธานี อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงรักษาสถานะ Michelin Selected อย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมการได้รับการรับรองจากมิชลินในครั้งนี้จึงครอบคลุมตั้งแต่ โรงแรมลักชัวรี โรงแรมไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ สะท้อนกลยุทธ์ของดุสิตธานีในการนำ “ความเป็นไทย” มาเป็นจุดแข็งของแบรนด์ พร้อมปรับรูปแบบบริการให้เข้ากับพฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางในแต่ละตลาด

ในมุมธุรกิจ รางวัลจากมิชลินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงแรมและร้านอาหาร แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้าง Brand Equity และเพิ่มการรับรู้ในกลุ่มนักเดินทางระดับพรีเมียม ขณะเดียวกันการมีโรงแรมและร้านอาหารได้รับการรับรองในหลายประเทศ ยังช่วยสะท้อนศักยภาพของดุสิตในการถ่ายทอดมาตรฐาน Hospitality จากไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ

ปัจจุบัน ดุสิต โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ดำเนินธุรกิจภายใต้ 9 แบรนด์ ครอบคลุมโรงแรมและรีสอร์ทในจุดหมายปลายทางเกือบ 300 แห่งใน 19 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต การกระจายความเสี่ยง และการสร้างมาตรฐานบริการที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

การคว้า 2 กุญแจมิชลินของดุสิตธานี กรุงเทพ จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการกลับมาของ Flagship Brand ภายใต้โฉมใหม่ และเป็นภาพสะท้อนการเดินเกมของดุสิตธานีในการยกระดับแบรนด์ไทยให้สามารถเชื่อมต่อกับตลาด Hospitality ระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง