ทีเส็บดันมาตรการภาษีไมซ์ หักรายจ่าย 200% ลดต้นทุนธุรกิจถึงปี 2570
ครม.ไฟเขียวหลักการมาตรการภาษีงานแสดงสินค้า ทีเส็บชี้เป็น Quick Big Win กระตุ้นผู้ประกอบการใช้ไมซ์ขยายตลาด ดันเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าผลักดันมาตรการ Quick Big Win หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาฯ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ โดยเปิดทางให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถ หักรายจ่ายได้ 200% ของค่าใช้จ่ายจริง สำหรับค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ และงานแสดงสินค้าภายในประเทศ
มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติอนุมัติหลักการจนถึง 31 ธันวาคม 2570 โดยทีเส็บมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนผู้ประกอบการ พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจใช้เวทีไมซ์เป็นเครื่องมือขยายตลาด กระตุ้นการค้าและการลงทุน และเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ
Quick Big Win ดันไมซ์ขึ้นเป็นกลไกเศรษฐกิจ
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า มาตรการภาษีครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทาง Quick Big Win ที่ทีเส็บผลักดันร่วมกับภาคเอกชน 7 สมาคม เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้อุตสาหกรรมไมซ์ โดยการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับมาตรการดังกล่าว สะท้อนบทบาทของไมซ์ในฐานะหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ และเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม
การผลักดันมาตรการยังสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ โดย 7 สมาคมที่ร่วมผลักดันประกอบด้วย สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย), สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย), สมาคมโรงแรมไทย, สมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย, สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
หักรายจ่าย 200% ลดต้นทุน–เพิ่มแรงจูงใจภาคธุรกิจ
ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดต้นทุน แต่ยังเป็นแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจนำงานไมซ์มาเป็นเครื่องมือในการขยายตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะงานแสดงสินค้า ซึ่งสามารถเชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจเข้าด้วยกัน
“มาตรการภาษีหักรายจ่ายได้ 200% ตอบรับทิศทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศ โดยสิทธิประโยชน์นี้ ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวช่วยลดต้นทุน’ ให้กับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ภาคธุรกิจหันมาใช้เวทีไมซ์เป็นเครื่องมือหลักในการขยายตลาด กระตุ้นการค้าและการลงทุน พร้อมส่งต่อเม็ดเงินหมุนเวียนไปยังโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง และบริการในพื้นที่ ก่อนกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น”
ไมซ์สร้างรายได้ 1.5 แสนล้าน จ้างงานกว่า 3 แสนตำแหน่ง
ข้อมูลของทีเส็บระบุว่า ในปีงบประมาณ 2568 ประเทศไทยมีนักเดินทางไมซ์รวม 26.75 ล้านคน สร้างรายได้ 148,451 ล้านบาท และก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายสูงถึง 338,233 ล้านบาท พร้อมสร้างการจ้างงานกว่า 304,932 ตำแหน่ง
ขณะที่ปีงบประมาณ 2569 ทีเส็บประเมินเบื้องต้นว่าจะมีนักเดินทางไมซ์ประมาณ 27.20 ล้านคน สร้างรายได้ราว 150,000 ล้านบาท ก่อให้เกิด Economic Impact by Expenditure ประมาณ 349,961 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานราว 311,446 ตำแหน่ง
ด้านกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่า มาตรการหักรายจ่าย 200% จะมีภาคธุรกิจใช้สิทธิประมาณ 3,800 ราย คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานประมาณ 3,990 ล้านบาทต่อปี และทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว 798 ล้านบาท
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าอุตสาหกรรมไมซ์จะสร้างการจ้างงานได้ประมาณ 350,672 ตำแหน่ง และหากได้รับมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม มีโอกาสเติบโตได้อีก 10–15% ต่อปี
4 เงื่อนไขสำคัญก่อนใช้สิทธิ
มาตรการดังกล่าวเปิดให้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่เข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ สามารถนำค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการเข้าร่วมงานมาหักรายจ่ายได้ 200% ของค่าใช้จ่ายจริง ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ระยะเวลาการใช้สิทธิเริ่มตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติอนุมัติหลักการ จนถึง 31 ธันวาคม 2570 โดยงานต้องเริ่มจัดและมีการจ่ายเงินภายในช่วงเวลาที่กำหนด ผู้ประกอบการต้องมี หนังสือรับรองจากผู้จัดงานว่าเข้าร่วมงานจริง และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด หลังจาก ครม. อนุมัติหลักการแล้ว ร่างพระราชกฤษฎีกาจะเข้าสู่กระบวนการตรวจพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ก่อนประกาศใช้เป็นมาตรการอย่างเป็นทางการ
ทีเส็บมองโอกาสต่อยอดไมซ์ไทยในระยะยาว
ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้งานไมซ์ โดยเฉพาะงานแสดงสินค้า เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และท้องถิ่น พร้อมกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้า บริการ และรูปแบบการจัดงาน เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้น ทีเส็บและพันธมิตรภาคเอกชนจะนำผลลัพธ์จากมาตรการภาษีครั้งนี้ไปต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่เชื่อมโยงตั้งแต่ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านอาหาร ระบบขนส่ง ไปจนถึงธุรกิจและชุมชนในพื้นที่