กรุงศรีโชว์กำไร 9 เดือนแรกปี 69 แตะ 25,572 ล้านบาท โต 3.9% รับแรงหนุนสินเชื่อธุรกิจใหญ่–อาเซียน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% หรือ 960 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางภาวะอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน การขยายตัวของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ตลอดจนการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ภาพรวมตลาดสินเชื่อยังเผชิญแรงกดดัน แต่กรุงศรียังคงเดินหน้ากลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 6.5% และสินเชื่ออาเซียนขยายตัว 7.7% อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังถูกหักล้างบางส่วนจากการหดตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อรายย่อยในประเทศ
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรี กรุ๊ป สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยธุรกิจในประเทศมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนกิจกรรมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง ขณะที่สินเชื่อในอาเซียนยังขยายตัวต่อเนื่อง จากความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมหลายประเทศ
สินเชื่อธุรกิจใหญ่–อาเซียน เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนกำไร
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการของกรุงศรี คือการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 15,382 ล้านบาท หรือ 0.8% จากสิ้นปี 2568 สะท้อนแนวทางการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยให้น้ำหนักกับคุณภาพและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง
สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 6.5% ขณะที่สินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น 7.7% เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ ท่ามกลางการชะลอตัวของสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยในประเทศ นอกจากนี้ การรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนรายได้และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคาร
ด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.58% จาก 4.28% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากพอร์ตสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น รวมถึงการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมให้มีประสิทธิภาพ
ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3.7% หรือ 1,444 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการกระจายแหล่งรายได้ผ่านธุรกิจค่าธรรมเนียมและบริการ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผลประกอบการในช่วงที่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจยังมีความไม่แน่นอน
คุมต้นทุนเข้ม NPL ลดลง เงินสำรองรองรับความเสี่ยง
นอกเหนือจากการสร้างรายได้ กรุงศรียังคงให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 45.6% จาก 46.4% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.19% ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 จาก 3.26% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 143.1% โดยมีการตั้งสำรองในอัตรา 231 เบสิสพอยท์ของสินเชื่อรวม
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการดูแลคุณภาพสินเชื่อควบคู่กับการรักษาระดับเงินสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและกำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่ยังเปราะบาง ยังคงเป็นปัจจัยที่ธนาคารต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับฐานะเงินทุน กรุงศรีมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่ 20.46% ลดลงจาก 20.69% ณ สิ้นปี 2568 โดยมีเงินกองทุนรวม 339.51 พันล้านบาท และเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 16.23% สะท้อนฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งสำหรับรองรับการดำเนินธุรกิจภายใต้ความผันผวนทางเศรษฐกิจ
จับตาเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.1%
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย นายเคนอิจิประเมินว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกที่ขยายตัวตามวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากอุทกภัย และกำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังเปราะบาง อาจทำให้การฟื้นตัวชะลอลง โดยกรุงศรีคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% จากแรงสนับสนุนของการลงทุนและอุปสงค์จากต่างประเทศ
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 กรุงศรีมีสินเชื่อรวม 1.94 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.71 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.62 ล้านล้านบาท โดยเงินรับฝากลดลง 1.7% หรือ 29,380 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 จากการลดลงของเงินฝากประจำ ซึ่งได้รับการชดเชยบางส่วนจากเงินฝากออมทรัพย์ สอดคล้องกับแนวทางบริหารงบดุลและโครงสร้างเงินทุนเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน
ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกจึงสะท้อนทิศทางการเติบโตของกรุงศรีที่ให้น้ำหนักกับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และการขยายตลาดอาเซียน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและการควบคุมต้นทุน โดยโจทย์สำคัญในระยะต่อไปคือการรักษาโมเมนตัมการเติบโต พร้อมบริหารคุณภาพสินทรัพย์และความเสี่ยงให้สอดรับกับเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่