Ofero ปักธงตลาด EV Bike ไทย ลงทุนประกอบในประเทศ ตั้งเป้าขยาย 2,000 จุดจำหน่ายปี 2570
Ofero (โอเฟโร) แบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับสากล เดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการลงทุนประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ ณ โรงงานที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI พร้อมพัฒนาเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายทั่วประเทศ หลังเข้าสู่ตลาดไทยและทำยอดจำหน่ายได้มากกว่า 5,000 คันภายใน 6 เดือนแรก โดยตั้งเป้าขยายจุดจำหน่ายปลีกมากกว่า 2,000 แห่งภายในปี 2570 เพื่อสร้างฐานธุรกิจ EV Bike ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
เจาะช่องว่างตลาด EV Bike เน้นคุณภาพและบริการหลังการขาย
ท่ามกลางความต้องการยานพาหนะไฟฟ้าที่มีราคาจับต้องได้เพิ่มขึ้น ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังมีความท้าทายด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดจำนวนหนึ่งที่ยังใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด รวมถึงข้อจำกัดด้านเครือข่ายศูนย์บริการและความชัดเจนของเงื่อนไขการรับประกันเมื่อเกิดปัญหา
Ofero จึงเลือกสร้างความแตกต่างด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียม การประกอบรถในประเทศไทย และการพัฒนาเครือข่ายบริการให้ครอบคลุม เพื่อแก้โจทย์ความกังวลของผู้บริโภคที่ไม่ได้พิจารณาเพียงราคาซื้อ แต่ยังให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ความทนทาน และความสะดวกในการซ่อมบำรุง
ปัจจุบันบริษัทมีจุดให้บริการหลังการขายมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนขยายเป็น 100 แห่ง ขณะที่เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายมีมากกว่า 150 ร้านค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าชมผลิตภัณฑ์ รับคำแนะนำ และเลือกซื้อรถได้สะดวกขึ้น พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบบริการของบริษัท
ขยายช่องทางค้าปลีก ตั้งเป้า 2,000 จุดในปี 2570
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการขยายช่องทางจำหน่ายออกไปนอกเหนือจากร้านรถจักรยานยนต์ โดยตั้งเป้ามีจุดจำหน่ายปลีกมากกว่า 2,000 แห่งภายในปี 2570 ครอบคลุมร้านโทรศัพท์มือถือและร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
กลยุทธ์นี้อาศัยประสบการณ์ของทีมงานหลัก Ofero ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์มือถือ ทั้งการนำสินค้าเข้าสู่ร้านค้าปลีก การบริหารเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย และการสร้างช่องทางกระจายสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่ม
นอกจากการขยายหน้าร้าน บริษัทยังเตรียมลงทุนต่อเนื่องด้านการสร้างแบรนด์และกิจกรรมการตลาด เพื่อเพิ่มการรับรู้และสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ในตลาดไทย โดยมองว่าการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลายจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายฐานตลาด EV Bike
วางระบบบริการครบวงจร ลดภาระลูกค้าหลังซื้อ
สำหรับบริการหลังการขาย Ofero ให้ความสำคัญกับการลดระยะเวลาที่ลูกค้าต้องหยุดใช้งานรถ โดยศูนย์บริการสามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาทั่วไปได้ทันที ขณะที่งานซ่อมขนาดเล็กใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง
ด้านการสนับสนุนอะไหล่ บริษัทกำหนดให้การจัดส่งอะไหล่ทั่วไปใช้เวลาภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนอะไหล่ที่ต้องสั่งเป็นพิเศษจัดส่งภายใน 2 วัน เพื่อช่วยลดระยะเวลารอซ่อมและเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งาน
นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Road Rescue) กรณีรถเกิดปัญหาระหว่างเดินทาง โดยตั้งเป้าให้ทีมช่วยเหลือถึงจุดหมายภายใน 30 นาทีในเขตเมือง และภายใน 1 ชั่วโมงในพื้นที่ห่างไกล
ลูกค้ายังสามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กและทำความสะอาดฟรีภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ซื้อ โดยมีเครือข่ายศูนย์บริการและร้านค้าที่รองรับการซ่อมบำรุงตามปกติ
ในส่วนของการรับประกัน Ofero กำหนดระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมและมอเตอร์ 2 ปี คอนโทรลเลอร์ 1 ปี นับจากวันที่ซื้อรถที่หน้าร้านตามเงื่อนไขมาตรฐานของบริษัท ขณะที่โครงรถรองรับอายุการใช้งานได้ถึง 10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและสภาพการใช้งาน
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียม ตอบโจทย์การใช้งานประจำวัน
ด้านผลิตภัณฑ์ Ofero ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมที่มีจุดเด่นด้านน้ำหนักเบาและสามารถถอดออกมาชาร์จที่บ้านได้สะดวก โดยแบตเตอรี่ได้รับการออกแบบให้มีอายุการใช้งานสูงสุด 5 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและสภาพการใช้งาน ภายใต้แนวคิดผลิตภัณฑ์ “แบตเตอรี่ลิเธียม คุณภาพที่ดีที่สุด”
บริษัทมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น รองรับกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน ผู้สูงวัย พนักงานโรงงาน ไปจนถึงผู้ที่ต้องเดินทางในชีวิตประจำวัน สะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่าการจำกัดตลาดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้สนใจเทคโนโลยี EV
ในด้านความคุ้มค่า Ofero นำเสนอแนวคิดว่าการเดินทางในระยะทางเท่ากันมีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันสูงกว่าค่าไฟฟ้าประมาณ 10 เท่า ซึ่งเป็นจุดเปรียบเทียบสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของรถ ราคาพลังงาน และลักษณะการใช้งาน
ใช้ฐานธุรกิจ 13 ประเทศ ต่อยอดการเติบโตในไทย
Ofero นำประสบการณ์จากตลาดต่างประเทศมาต่อยอดการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีตลาดสำคัญในอินโดนีเซียและโคลอมเบีย ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายใน 13 ประเทศ และมีกำลังการผลิตประมาณ 500,000 คันต่อปี
ประสบการณ์ในระดับสากลเป็นพื้นฐานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และกระบวนการผลิต ขณะที่การประกอบรถในประเทศไทยและการพัฒนาเครือข่ายจำหน่ายในประเทศจะช่วยให้บริษัทเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้ใกล้ชิดมากขึ้น
สำหรับยอดจำหน่ายมากกว่า 5,000 คันในช่วง 6 เดือนแรก ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานลูกค้าในประเทศไทย โดยบริษัทมุ่งเดินหน้าลงทุนทั้งด้านการผลิต การตลาด ช่องทางค้าปลีก และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในระยะยาว
ภายใต้แนวคิด “Ofero Pay more Get more” บริษัทต้องการส่งมอบคุณค่าที่มากขึ้นให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่คุณภาพและสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ ความสะดวกในการเลือกซื้อ ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย โดยมีเป้าหมายสร้างทางเลือกการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าที่คุ้มค่าและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น