การเคหะแห่งชาติ ร่วมกับ NHDCL ภูฏาน ลงนาม MOU ยกระดับที่อยู่อาศัยสู่เวทีโลก

137

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อำนาจ จำรัสจรุงผล กรรมการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและเทคนิค ระหว่างการเคหะแห่งชาติ กับบรรษัท พัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จำกัด (National Housing Development Corporation Limited : NHDCL) แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และ Mr. Rinchen Wangdi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NHDCL ร่วมลงนาม พร้อมด้วย นางเตือนใจ คุณสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมงาน ณ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมงานวิจัย การพัฒนา และนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัย รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือทางวิชาการ ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของประชาชน การปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ และการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เมืองและชนบทอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีผ่านความร่วมมือด้านวิชาการเทคโนโลยี และวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมตั้งแต่การวางผังเมือง การออกแบบ การก่อสร้าง การบริหารจัดการโครงการ ไปจนถึงการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับ NHDCL ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ภายหลังพิธีลงนามมีการจัดกิจกรรมอบรมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย รวมถึงการนำคณะผู้บริหาร NHDCL ศึกษาดูงานด้านการพัฒนาเมือง การฟื้นฟูชุมชน และการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 27–29 มกราคม 2569

“ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผ่านความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยในระยะยาว” 

ในส่วนของ Mr. Rinchen Wangdi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร National Housing Development Corporation Limited (NHDCL) กล่าวว่า ความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายจากการขยายตัวของเมือง ควบคู่กับความจำเป็นในการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันต้องอาศัยองค์ความรู้ ประสบการณ์ของการเคหะแห่งชาติ และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมร่วมกัน พร้อมต่อยอดไปสู่ความร่วมมือในระยะยาวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อันจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไป