Cloud 11 เปิดประตูสู่ “Creative Ecosystem” แห่งใหม่ของเอเชีย จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ สู่โครงสร้างพื้นฐานที่ปั้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย  

286

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยกำลังได้รับการจับตามองจากทั่วโลก ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ ดนตรี เกม และคอนเทนต์ดิจิทัล คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “ไทยมีคนเก่งมากแค่ไหน” แต่คือ “ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตของคนเก่งเหล่านั้นหรือยัง” Cloud 11 คือคำตอบของโจทย์ดังกล่าว

โครงการมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 250,000 ตารางเมตร เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ “Creative Landmark” แห่งใหม่ของประเทศไทยและเอเชีย โดยไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงมิกซ์ยูสหรือเดสติเนชันด้านไลฟ์สไตล์ แต่เป็น Creative Infrastructure ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงครีเอเตอร์ ธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริโภคเข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน พร้อมผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม (Cross-Business Collaboration) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

นายพอล สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cloud 11 กล่าวว่า แม้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยจะได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่การเติบโตในระยะต่อไปจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้ทุกภาคส่วนสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร Cloud 11 จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เกิดการทดลอง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างธุรกิจ และต่อยอดนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 8% ของ GDP และสร้างการจ้างงานให้คนไทยมากกว่า 1 ล้านคน การมีพื้นที่ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์และศูนย์กลางธุรกิจ จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมนี้สู่เวทีโลก

Cloud 11 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด 11 Passion Engines ครอบคลุมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ตั้งแต่อาหาร แฟชั่น ภาพยนตร์ ดนตรี การเต้น ศิลปะ กีฬาและสุขภาพ เกม คอนเทนต์ งานเทศกาล ไปจนถึง Urban Park เพื่อให้ผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ และองค์กรจากหลากหลายวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือผ่านพื้นที่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

เบื้องหลังระบบนิเวศดังกล่าว คือการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตคอนเทนต์ที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอถ่ายทำมาตรฐานสากล ห้องบันทึกเสียง ห้องซ้อมเต้น สตูดิโอ Post-production และพื้นที่รองรับ Live Commerce ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ทำงานและพื้นที่ธุรกิจภายในโครงการอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ทุกกระบวนการของการผลิตผลงานเชิงพาณิชย์เกิดขึ้นได้ในที่เดียว

นอกจากโครงสร้างพื้นฐาน Cloud 11 ยังสร้างความแข็งแกร่งผ่านเครือข่ายพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินลงทุน และบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับบริษัทด้านคอนเทนต์และความบันเทิงจากทั่วโลกที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานดำเนินธุรกิจ

อีกหนึ่งจุดแข็งของ Cloud 11 คือการรวมผู้เล่นสำคัญในวงการสร้างสรรค์มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น 1500 Sound Academy สถาบันดนตรีระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา, Doc Club & Friends บ้านหลังใหม่ของคนรักภาพยนตร์ทางเลือก, Trendy Gallery แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย, theCOMMONS, Kantana, Cat Radio, TrueVisions, SM True, Pad Thai Padel ตลอดจนร้านค้า ร้านอาหาร และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่จะทยอยเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในแม่เหล็กสำคัญคือ theCOMMONS Cloud 11 ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ บนพื้นที่กว่า 5,420 ตารางเมตร พร้อมร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 ร้าน ภายใต้แนวคิด “South Sukhumvit Nourishing Backyard” ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่ให้ผู้คนในย่านสุขุมวิทใต้ได้มาพบปะ ทำกิจกรรม แลกเปลี่ยนไอเดีย และสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน

ด้านศิลปะร่วมสมัย Trendy Gallery จะเปิดพื้นที่ถาวรภายในโครงการ พร้อมจัดแสดงผลงานของศิลปินไทยและต่างประเทศหลายรุ่น ขณะที่ Doc Club & Friends จะทำหน้าที่เป็นทั้งโรงภาพยนตร์ พื้นที่สนทนา และเวทีจัดกิจกรรมด้านภาพยนตร์ รวมถึงเป็นหนึ่งในสถานที่จัดงาน Bangkok International Film Festival ในปีนี้

ทั้งหมดสะท้อนว่า Cloud 11 ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงศูนย์การค้าหรือแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ แต่กำลังสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่ทำให้แบรนด์ ครีเอเตอร์ นักลงทุน และชุมชน สามารถสร้างคุณค่าร่วมกันผ่านความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

Cloud 11 พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 16 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมบทบาทใหม่ในการผลักดันกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านเซาท์สุขุมวิท ให้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเอเชีย และเป็นพื้นที่ที่ศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยี ธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ มาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์