“ขยะ…ไม่ใช่ขยะ หากได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะวัสดุที่เราใช้แล้วหลายชนิดสามารถกลายเป็นทรัพยากรอันมีค่าด้วยการหมุนเวียนกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ รวมถึงยังช่วยสร้างรายได้อีกด้วยอย่างที่เรียกกันว่า เงินทองจากกองขยะ นั่นเอง
มาติดตามการถอดบทเรียนนอกตำราจากองค์กรที่ขับเคลื่อนเรื่อง Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม อย่าง “เอสซีจี เคมิคอลส์” ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุพลาสติก และผู้ริเริ่มโครงการ “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” โดยได้ขับเคลื่อนโมเดลการจัดการขยะในชุมชน ด้วยการนำแนวทาง “บ-ว-ร” ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน มาเชื่อมต่อกับ “ธนาคารขยะ” ในชุมชน ทำให้เกิดการบูรณาการทั้งระบบ และได้นำร่องที่ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง ตั้งแต่ต้นปี 2562
การขับเคลื่อนผ่านกระบวนการ บ้าน – วัด – โรงเรียน – ธนาคารขยะ นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างความรู้ความเข้าใจและการวางรากฐานการจัดการขยะภายในชุมชนอย่างบูรณาการ รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรม “ใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กลุ่มเยาวชน” ที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ด้วยเหตุนี้เอง เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงได้ร่วมกับเครือข่ายการศึกษาจัดทำชุดความรู้เรื่องคุณค่าของทรัพยากร และการจัดการขยะในโรงเรียน ซึ่งได้ผ่านกระบวนทดสอบ ทดลอง และปรับปรุง จนกระทั่งได้ขยายผลไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ
ทำจริง รู้จริง ผ่านฐานเรียนรู้ฯ
เรียนรู้จากปัญหา ศึกษาจากของจริง
สำหรับฐานเรียนรู้การจัดการขยะในโรงเรียน เช่น ฐานถุงนมกู้โลก เรียนรู้การจัดการขยะถุงนม ซึ่งมีปริมาณมากในแต่ละวัน โดยถุงนมเป็นพลาสติกประเภท LLDPE สามารถรีไซเคิล และนำไปผลิตเป็นของใช้ในโรงเรียนได้ เช่น เก้าอี้ กระถางต้นไม้ โดยเด็ก ๆ จะผลัดเวรกัน ตัด ล้าง ตาก และเก็บถุงนม ส่วนน้ำล้างถุงนมนำไปรดแปลงผัก ฐานโรงอาหารรักษ์โลก สร้างความตระหนักเรื่องขยะเศษอาหาร รณรงค์การรับประทานให้หมด ฐานกรีนโคน ถังหมัก รักษ์โลก เปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ย ฐานน้ำหมักชีวภาพจากขยะใบไม้ นำขยะใบไม้มาหมักทำสารปรับปรุงดิน ฐานปุ๋ยไม่กลับกอง จัดการขยะใบไม้ กิ่งไม้ ซึ่งมีปริมาณมากในโรงเรียน โดยนำมาทำเป็นปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยเหล่านี้จะมาดูแลต้นไม้ในบริเวณโรงเรียนและวัดต่อไป เป็นต้น
การจัดการวัสดุใช้แล้วอย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรให้กับโลกแล้ว ยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็ก ๆ และทำให้มีรายได้พิเศษเพื่อนำไปสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนอีกด้วย
“ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนทิ้งถุงนมทั้งหมด โดยทางเทศบาลนำไปกำจัด แต่เมื่อได้รับความรู้ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนจากเอสซีจี เคมิคอลส์ และได้รับคำแนะนำว่า พลาสติกใช้แล้วแทบทุกชนิดสามารถนำไปรีไซเคิล และสร้างประโยชน์ใหม่ได้ เช่น ถุงนมสามารถนำไปรีไซเคิลเป็นเก้าอี้พลาสติก หรือเป็นของใช้อื่น ๆ ได้ ส่วนขวดและแก้วน้ำพลาสติก สามารถขายให้กับธนาคารขยะชุมชน ขยะประเภทอินทรีย์ต่าง ๆ เช่น ใบไม้ ก็ทำเป็นปุ๋ย ทำให้รู้ว่าขยะไม่ได้จบที่การทิ้ง ยิ่งพอได้เก้าอี้พลาสติกรีไซเคิลจากถุงนมมาใช้ที่โรงเรียน เด็ก ๆ ก็ตื่นเต้น เพราะสิ่งที่คุณครูเคยพูด สิ่งที่เขาลงแรงจัดการขยะนั้นได้ผลเป็นรูปธรรม เห็นเป็นเก้าอี้ได้จริง ส่วนขวดและแก้วพลาสติก เด็ก ๆ จะเก็บรวบรวมแล้วขายเป็นรายได้ของห้องเรียน เวลามีกิจกรรมของนักเรียน เช่น งานปีใหม่ ก็จะนำเงินจากการขายขยะที่เขาเคยเห็นว่าไร้ราคามาใช้ทำกิจกรรม ไม่ต้องควักกระเป๋าของผู้ปกครอง” นายสนอง เพ็ชรฉกรรจ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชากลูกหญ้า กล่าว
เด็กรู้แล้ว บอกต่อผู้ใหญ่ที่บ้าน
ความรู้นอกตำราอย่างเรื่องการจัดการขยะนี้ เรียกได้ว่าสำคัญไม่แพ้ความรู้ในห้องเรียนเลยทีเดียว เป็นการเรียนรู้จากการลงมือทำจนเกิดประสบการณ์จริง สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างความตระหนักรู้ว่า ทุก ๆ คน มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโมเดล “ชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทุกพื้นที่ เพียงเริ่มต้นจากหน่วยเล็ก ๆ อย่างครอบครัวและโรงเรียน ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สวยงามอย่างยั่งยืนตลอดไป
ผู้สนใจสามารถติติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel