“ปลุกพลังคนทำงานให้ไปต่อ” เมื่อองค์กรยุคใหม่ต้องออกแบบ ‘พลัง’ ไม่ใช่แค่ ‘ผลงาน’

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนเร็วและกดดันมากขึ้น “ความเก่ง” เพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป เพราะสิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่า คือการทำอย่างไรให้คนยังคงมี “พลัง” ไปต่อได้อย่างยั่งยืน

กลุ่มธุรกิจ TCP ชี้ว่าโจทย์สำคัญขององค์กรยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงการพัฒนาคนให้ “เก่งขึ้น” แต่คือการสร้างให้คนมี “พลังไปต่อ” ได้อย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด Work-life Intelligence ที่เน้นการบริหารชีวิตและการทำงานอย่างรู้จังหวะ เพื่อให้สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มที่โดยไม่หมดแรงกลางทาง

ขณะเดียวกัน การสร้าง Performance ที่แท้จริงต้องเริ่มจากการพัฒนาคนในเชิงลึก ควบคู่กับการปลูกฝัง DNA การทำงานแบบ “รุก-บวก-สุดพลัง” เพื่อให้พนักงานกล้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง พร้อมส่งต่อพลังบวกสู่ทีม และขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ประกรรษ์ จันทร์ทอง ประธานผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มธุรกิจ TCP สะท้อนชัดว่า องค์กรยุคใหม่ต้องขยับจากการ “เร่ง Performance” ไปสู่การ “ออกแบบพลังของคน” ให้สามารถเติบโตได้ในระยะยาว

เมื่อ Work-life Balance ไม่พอ ต้องก้าวสู่ “Work-life Intelligence”

อดีตคนทำงานอาจคุ้นเคยกับการทุ่มเทแบบ Work Hard หรือพยายามหาสมดุลแบบ Work-life Balance แต่ในความเป็นจริง “สมดุล” ไม่เคยเกิดขึ้นได้เท่ากันทุกวัน

แนวคิดที่ TCP นำเสนอคือ Work-life Intelligence หรือการบริหารชีวิตและการทำงานอย่าง “รู้จังหวะ” ว่าเมื่อไรควรเร่ง เมื่อไรควรผ่อน เพราะคนที่ไปได้ไกล ไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุด แต่คือคนที่ “บริหารพลังของตัวเองได้ดีที่สุด” ในแต่ละช่วงเวลา

เล่นเกมการทำงานให้เป็น เหมือนนักกีฬาที่อ่านจังหวะขาด

ประกรรษ์  เปรียบการทำงานเหมือนการเล่นกีฬา หาก Work-life Balance คือการประคองเกมไม่ให้พลาด Work-life Intelligence คือการ “อ่านเกมให้ออก” รู้ว่าเมื่อไรควรบุก เมื่อไรควรตั้งรับ เพื่อรักษาพลังให้ไปได้ไกลกว่าเดิม

องค์กรจึงต้องไม่ใช่แค่สถานที่ที่ดึงศักยภาพจากคน แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ช่วย “เติมพลัง” ให้คนกลับมาพร้อมลุยได้อย่างต่อเนื่อง

3 Step Energy Design สูตรออกแบบพลังจากประสบการณ์กว่า 70 ปี

จากประสบการณ์กว่า 70 ปี กลุ่มธุรกิจ TCP ได้พัฒนาแนวคิด 3 Step Energy Design เพื่อสร้างพลังในองค์กรอย่างเป็นระบบ

Design Self – เริ่มจากพลังภายในของแต่ละคน TCP เชื่อว่า พลังที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการที่พนักงาน “เห็นความหมายของงาน” เมื่อเข้าใจว่าสิ่งที่ทำสร้างคุณค่าให้ใคร พนักงานจะเชื่อมโยง passion ของตัวเองกับเป้าหมายองค์กรได้ และเกิดแรงขับเคลื่อนจากภายใน

Design Team – ทีมที่ดีต้อง “เติมพลัง” ให้กันได้ ในความเป็นจริง ไม่มีใครมีพลังเต็มร้อยตลอดเวลา ทีมที่แข็งแรงจึงไม่ใช่ทีมที่ทุกคนเก่งที่สุด แต่คือทีมที่สามารถรับ-ส่งพลัง และช่วยกันประคองในวันที่ใครบางคนอ่อนแรง

Design Environment – สภาพแวดล้อมที่ไม่ดึงพลัง แต่ส่งเสริมพลัง องค์กรต้องออกแบบระบบการทำงานให้ชัดเจน ลดความซับซ้อน และเปิดพื้นที่ให้คนได้ทดลองและเติบโต เพื่อให้พนักงานสามารถใช้พลังไปกับสิ่งที่มีคุณค่าได้อย่างเต็มที่

ทั้งหมดนี้นำไปสู่ DNA การทำงานแบบ “รุก-บวก-สุดพลัง” ที่ฝังอยู่ในวิธีคิดของคนในองค์กร

AI ไม่ได้มาแทนคน แต่ช่วยให้งาน “ลื่นไหล” มากขึ้น

อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญคือ AI ซึ่ง ประกรรษ์ จันทร์ทอง มองว่า เทคโนโลยีที่ดีไม่ควรทำให้คนทำงานหนักขึ้น แต่ควรช่วย “คืนพลัง” ให้คน TCP นำ AI มาใช้ในกระบวนการทำงาน เช่น Smart Manufacturing และระบบวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ ที่ช่วยคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า ลดงานซ้ำซ้อน และทำให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้น เมื่อระบบจัดการงานที่ซับซ้อนแทน พนักงานจึงมีเวลามากขึ้นในการโฟกัสกับงานที่สร้างคุณค่าจริง

วันที่ไม่เวิร์ก คือบทเรียน ไม่ใช่ความล้มเหลว

แม้จะมีระบบและแนวคิดที่ดี แต่ TCP ยอมรับว่า การปลุกพลังคนไม่ใช่เรื่องที่สำเร็จทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือการไม่มองความผิดพลาดเป็นจุดจบ แต่เป็น “ข้อมูล” ที่ช่วยให้องค์กรพัฒนาได้ดีขึ้น แนวทางคือการรักษา 80% ที่ยังเดินหน้าได้ และปรับ 20% ที่ยังไม่เวิร์ก เพื่อไม่ให้เสียโมเมนตัมของทีม และเปลี่ยนความผิดพลาดให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน

“ไปต่อ” ต้องมีความหมาย ไม่ใช่แค่ไปให้ถึง

ท้ายที่สุด ประกรรษ์ สะท้อนว่า การปลุกพลังคนไม่ใช่แค่การทำให้คนทำงานได้ตามเป้าหมาย แต่คือการทำให้คนรู้สึกว่า “สิ่งที่ทำในทุกวันมีความหมาย” และพาตัวเองเข้าใกล้เป้าหมายชีวิตไปพร้อมกับองค์กร เพราะองค์กรที่แข็งแรงที่สุด อาจไม่ใช่องค์กรที่มีคนเก่งที่สุด แต่คือองค์กรที่ทำให้ทุกคนมี “พลังจะไปต่อ” ได้จริง และเมื่อคนมีพลัง…การเติบโตอย่างยั่งยืนก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

TCPTCP GroupWork-life Intelligence
Comments (0)
Add Comment