ไทยคว้าเจ้าภาพ IEEE ICRA 2030 ดันประเทศขึ้นเวทีหุ่นยนต์–AI โลก

ทีเส็บจับมือมหิดล–IEEE ดึงนักวิจัยและบริษัทยักษ์ใหญ่กว่า 10,000 คน คาดเงินสะพัด 1,064 ล้านบาท หนุนไทยก้าวสู่ Advanced Manufacturing และ Innovation Hub

ประเทศไทยสร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนเวทีเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม หลังได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน The 2030 IEEE International Conference on Robotics and Automation (IEEE ICRA 2030) งานประชุมวิชาการด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดงานหนึ่งของโลก นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์จัดงานดังกล่าว สะท้อนศักยภาพของประเทศทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน งานวิจัย และความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจพบว่า งานดังกล่าวจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศกว่า 1,064.44 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 590.60 ล้านบาท เกิดการจ้างงานราว 745 อัตรา และสร้างรายได้ภาษีให้ภาครัฐกว่า 36 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมไมซ์กำลังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานความรู้ของประเทศ

ทีเส็บชูไมซ์เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

นางสาวจิตนันท์ เตชะศรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยถึงความสำเร็จของทีเส็บในการสนับสนุนให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล IEEE RAS Thailand Chapter และ IEEE Thailand Section คว้าสิทธิ์ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน The 2030 IEEE International Conference on Robotics and Automation (IEEE ICRA 2030) ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และจะจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยทั้ง 3 หน่วยงานและสมาคมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ไทยจะร่วมเป็นเจ้าภาพว่า งานนี้สอดรับกับการจัดวาง Position ให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยของทีเส็บในสภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ที่กำหนดให้ประเทศต้องมีขีดความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ หรือ New Value Creation เพื่อดึงดูดการค้า การลงทุน ประกอบกับรัฐบาลมีวาระแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติที่พุ่งเป้าส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งหมดนี้ทำให้ทีเส็บกำหนดให้การดึงงานและการจัดงานจะต้องทำให้งานที่ได้มาเป็น Strategic Economic Platform ของประเทศที่มีศักยภาพและขีดความสามารถในการดึงดูดความร่วมมือ การค้า การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้กับประเทศไทย และงาน IEEE ICRA 2030 ที่เป็นการรวมตัวสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัยพัฒนาและนักลงทุนในสายเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบ Automation จากทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในงานสำคัญระดับนานาชาติที่ตอบโจทย์และสร้างหมุดหมายที่ทรงพลังให้กับการขับเคลื่อนงานไมซ์ให้เป็น Strategic Economic Platform

“ไมซ์ไทยต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยดึง Global Talent ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้มาพบกับโอกาสของการพัฒนา การต่อยอด ความร่วมมือทั้งในเชิงวิชาการ องค์ความรู้ การค้าและการลงทุน เพื่อไม่ให้งานไมซ์จำกัดอยู่แค่ความสำเร็จของการจัดงานหรือ Event Success แต่ต้องเป็นงานที่สร้าง High Impact National Value และ Legacy ที่ขับเคลื่อนไปสู่ Economic Integration และ Industry Growth คือไมซ์ต้องเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ตั้งแต่การลงทุน การผลิต การค้า การวิจัย การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาผู้ประกอบการ ไปจนถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าการสร้างรายได้ระยะสั้น และงาน IEEE ICRA 2030 จะเป็นงานสำคัญที่มีเนื้อหาสาระที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาของภาคธุรกิจไทยในการใช้หุ่นยนต์และระบบ Automation และผลักดันไทยที่มีฐานแข็งแรงในอุตสาหกรรมยานยนต์ การแพทย์ อาหารไปสู่การเป็น Advanced Manufacturing Hub ได้ต่อไป”

IEEE ICRA เวทีเชื่อมงานวิจัยสู่เศรษฐกิจจริง

รองศาสตราจารย์ ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ กรรมการบริหารศูนย์เครือข่ายวิจัยประยุกต์ทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และชีวการแพทย์ (BART LAB) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความโดดเด่นของ IEEE ICRA คือเวทีที่ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยง Academia–Industry–Government อย่างแท้จริง ภาคธุรกิจได้พบกับนักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานจากทั่วโลกในเวทีเดียวในแต่ละปี จึงเป็นงานที่สามารถดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ ชิป และซอฟต์แวร์เข้าร่วมสนับสนุน และสตาร์ทอัพใช้เป็นเวทีเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ IEEE ICRA จึงเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวและถ่ายทอดเทคโนโลยี การจับคู่ความร่วมมือด้านการวิจัยและธุรกิจ การสร้างโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

“การได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจึงสะท้อนความพร้อม ความน่าเชื่อถือ และศักยภาพของประเทศไทยในการเป็น Regional Manufacturing Hub ของอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใช้หุ่นยนต์มากที่สุด รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนผลักดัน AI, Robotics, Automation และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนมีระบบนิเวศด้านวิจัยที่เข้มแข็ง เช่น มหาวิทยาลัย Lab และศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ต่าง ๆ”

เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ Innovation Hub

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IEEE ICRA 2030 ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับประเทศไทยจาก ‘Manufacturing Hub’ สู่ ‘Innovation Hub’ ของภูมิภาค ผ่านการเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เชื่อมั่นว่าการประชุมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ระดับโลกในครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติในภาคการผลิต พร้อมสร้างโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และนักลงทุนจากทั่วโลก ในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทยพร้อมใช้แพลตฟอร์มระดับนานาชาติและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การต่อยอดนวัตกรรม และการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Smart Manufacturing, Robotics และ Automation ของอาเซียน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายมานะผล ภู่สมบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประจำสำนักประธาน เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ทีเส็บสามารถดึงงานเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติระดับโลกอย่าง IEEE ICRA 2030 มาจัดในประเทศเพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านและการแข่งขันในเวทีโลก ส.อ.ท. จึงได้วางยุทธศาสตร์ 5I โดยเฉพาะ 1: Intelligent Industry เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และหุ่นยนต์มาใช้ในภาคการผลิต ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรผ่านแนวคิด RUN Concept (R: Reskill, U: Upskill, N: New Skill) ซึ่งงานนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับโลก การลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานนวัตกรรมด้าน Robotics, Automation และ AI ของภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ปักหมุดไทยบนแผนที่เทคโนโลยีโลก

การได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ IEEE ICRA 2030 จึงมีความหมายมากกว่าการดึงงานประชุมระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมประเทศไทยเข้าสู่ระบบนิเวศด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และ AI ระดับโลก เปิดประตูสู่การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างสตาร์ทอัพ และการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ฐานนวัตกรรมของภูมิภาคในอนาคต

งาน IEEE ICRA 2030 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน 2573 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคาดว่าจะมีนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้แทนภาคอุตสาหกรรมจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 10,000 คน ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างการรับรู้ให้ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของงานประชุมระดับโลกแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการลงทุนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย

 

#IEEE#IEEEICRA2030#InnovationHub#มหาวิทยาลัยมหิดลAIAutomationMICERoboticsTCEBทีเส็บเศรษฐกิจดิจิทัล
Comments (0)
Add Comment