BAM เปิดเกมรุกตลาดโลก จับมือ 4 พันธมิตรนานาชาติ พลิกโฉมธุรกิจ AMC ไทย ดัน NPA กว่า 100 ล้านดอลลาร์สู่สายตานักลงทุนต่างชาติ

33

“BAM” เดินหน้าสร้าง International Partnership Ecosystem ผนึก 4 องค์กรชั้นนำจากจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาค ต่อยอด NPL–NPA เทคโนโลยี Data และแพลตฟอร์มบริหารหนี้ พร้อมโรดโชว์ NPA ศักยภาพสูงมูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดทางเงินทุนต่างชาติกลับเข้ามาสร้างมูลค่าให้สินทรัพย์ไทย

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม The 10th IPAF Summit and Conference ระหว่างวันที่ 12–14 สิงหาคม 2569 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน BAM ได้เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ ผ่านการพบปะและหารือกับผู้บริหารระดับสูงจาก 4 องค์กรชั้นนำในธุรกิจบริหารสินทรัพย์และบริหารหนี้ เพื่อสำรวจโอกาสความร่วมมือในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจระดับสากลมาต่อยอดการดำเนินงานของ BAM ตลอดจนร่วมยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ของประเทศไทยในอนาคต

ทั้งนี้ พันธมิตรที่ BAM ได้หารือ ประกอบด้วย Mr. Li Chuanquan, General Manager and Chief Strategy Officer, Zhejiang Zheshang Asset Management Co., Ltd. ประเทศจีน, Mr. Then Kian Foh, Chief Revenue Officer, Collectius, Mr. Jeong Hoon Jeong, Chairman and CEO, Korea Asset Management Corporation (KAMCO) สาธารณรัฐเกาหลี และ Mr. Le Quang Chau, Member of the Board of Members, Vietnam Asset Management Company (VAMC) ประเทศเวียดนาม ซึ่งแต่ละองค์กรล้วนมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สามารถต่อยอด     สู่ความร่วมมือในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ หรือ NPL และทรัพย์สินรอการขาย หรือNPA การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหนี้ การพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการใหม่ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติระดับสากล เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงินและการบริหารสินทรัพย์ในอนาคต

การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวของ BAM ในการขยายบทบาทจากผู้นำด้านการบริหาร NPL ของประเทศไทย สู่การสร้าง International Partnership Ecosystem ที่เชื่อมโยงพันธมิตรในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เปิดโอกาสสู่โมเดลธุรกิจและบริการใหม่ รวมถึงสร้างเครือข่ายที่จะสนับสนุนการบริหารจัดการ NPL และ NPA ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกัน BAM ยังใช้เวที IPAF เป็นโอกาสในการ เปิดตลาด NPA ไทยสู่เงินทุนต่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ได้นำทรัพย์ NPA ศักยภาพสูงเข้าร่วม Roadshow ภายในงาน Investment Forum เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนสถาบันต่างชาติ โดยมีมูลค่าทรัพย์รวมประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยทรัพย์ที่นำเสนอครอบคลุมสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในทำเลสำคัญ ทั้งโครงการคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ดินเปล่าบนเกาะในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงโรงแรมบนเกาะช้างและเกาะกูด ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดสู่ธุรกิจ Hotel, Resort and Hospitality Services รองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศไทย

การเข้าร่วม The 10th IPAF Summit and Conference จึงเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของ BAM ในการต่อยอดจาก Local AMC สู่ Regional Connector เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และพันธมิตรจากทั่วภูมิภาค เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ธุรกิจ ลูกค้า นักลงทุน และระบบเศรษฐกิจ พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรม AMC ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลอย่างยั่งยืน

“โลกของการบริหารสินทรัพย์กำลังเปลี่ยนจากการทำงานอยู่ภายในประเทศ ไปสู่การเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสระหว่างประเทศ BAM จึงต้องเปิดประตูให้กว้างขึ้น เรียนรู้จากพันธมิตรที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน และนำสิ่งที่ดีที่สุดกลับมาต่อยอดให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้ BAM แข็งแรงขึ้น แต่ต้องการมีส่วนช่วยให้อุตสาหกรรม AMC ไทยก้าวไปข้างหน้าและสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค และการนำ NPA ของ BAM ออกสู่เวทีนักลงทุนระดับนานาชาติครั้งนี้ เป็นมากกว่าการเปิดช่องทางจำหน่ายทรัพย์ แต่เป็นการสร้างโอกาสให้สินทรัพย์ที่รอการพัฒนากลับมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกครั้ง พร้อมเชื่อมโยงเงินทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย สินทรัพย์ที่อยู่ในมือ AMC ไม่ควรหยุดอยู่เพียงสถานะ NPA แต่ต้องสามารถกลับมามีชีวิต สร้างธุรกิจ สร้างการจ้างงาน และสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจได้อีกครั้ง การเชื่อมโยงสินทรัพย์ไทยกับนักลงทุนจากทั่วโลกจึงเป็นอีกบทบาทที่ BAM ต้องการผลักดัน เพราะเราเชื่อว่าอนาคตของ AMC ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบริหารหนี้หรือบริหารทรัพย์ แต่ต้องสามารถ ‘บริหารโอกาส’ และทำให้ทุนกับสินทรัพย์ที่มีศักยภาพกลับมาเจอกัน” ดร.รักษ์ กล่าว