ดุสิตธานีเดินหน้าขยายพอร์ตมาเลเซีย เปิด “ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” 1 ต.ค.นี้ เจาะเมืองท่องเที่ยวดาวรุ่ง

ปักหมุดโรงแรมแห่งที่ 3 ในมาเลเซีย ชูศักยภาพอิโปห์ทั้งท่องเที่ยว–ธุรกิจ พร้อมจับมือพันธมิตรท้องถิ่นต่อยอดตลาด Long-stay และนักเดินทางต่างชาติ

กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมในประเทศมาเลเซียต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือ “พลีนิจูด เบอร์ฮัด” บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย ซึ่งดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน และธุรกิจโรงแรม เตรียมเปิดให้บริการ “โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นับเป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ของกลุ่มดุสิตธานีในมาเลเซีย ตอกย้ำกลยุทธ์ขยายพอร์ตเข้าสู่จุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพการเติบโตสูงของภูมิภาค

ชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มดุสิตธานีในการนำเอกลักษณ์การบริการแบบไทยของแบรนด์ “ดุสิต” สู่เมืองอิโปห์ เมืองหลวงของรัฐเประ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีศักยภาพเติบโตทั้งด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจ

โดยในปี 2568 รัฐเประมีนักท่องเที่ยวภายในประเทศกว่า 23.6 ล้านคน และติดอันดับ 3 รัฐที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดของมาเลเซีย ขณะที่อิโปห์มีข้อได้เปรียบด้านการเดินทาง สามารถเชื่อมต่อจากกรุงกัวลาลัมเปอร์และสิงคโปร์ได้สะดวก จึงมีโอกาสรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

การเปิดตัวโรงแรมแห่งนี้ยังต่อยอดจากพอร์ตโรงแรมของดุสิตธานีในมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันมี ดุสิตปริ๊นเซส มะละกา และ อาศัย กามูดา โคฟ เป็นฐานธุรกิจอยู่แล้ว สะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจที่มุ่งเลือกทำเลที่มีศักยภาพ พร้อมใช้ความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในการต่อยอดธุรกิจและสร้างโอกาสใหม่ในตลาดท่องเที่ยว

“อิโปห์” จากเมืองเหมืองแร่สู่จุดหมายท่องเที่ยว

อิโปห์อยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นเมืองสำคัญของรัฐเประที่มีรากฐานจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุก ก่อนพัฒนาสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเอาไว้ ทั้งสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียล ร้านกาแฟโบราณ และย่านการค้าที่มีเอกลักษณ์

เมืองแห่งนี้ยังมีจุดขายด้านอาหาร โดยเฉพาะติ่มซำและอิโปห์ไวท์คอฟฟี่ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจากภูเขาหินปูนและวัดถ้ำในหุบเขาคินตะ ทำให้อิโปห์มีศักยภาพรองรับทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และธรรมชาติ

สำหรับ “ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์” เป็นทรัพย์สินของพลีนิจูด เบอร์ฮัด ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมือง และห่างจากสนามบินสุลต่านอัซลันชาห์ประมาณ 10 นาที มีห้องพัก 268 ห้อง จำนวน 5 ประเภท ตั้งแต่ห้องซูพีเรียร์ไปจนถึงแฟมิลี่สวีท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับทั้งการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว

ภายในโรงแรมมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง คิดส์คลับ ห้องซักรีดแบบบริการตนเอง ห้องพักสำหรับผู้พิการ ห้องละหมาด และฟิตเนส ขณะที่พื้นที่อาหารและเครื่องดื่มประกอบด้วยห้องอาหาร “ดิ เอเทรียม” ซึ่งเปิดให้บริการตลอดวัน พร้อมวิวภูเขาหินปูนและเมืองอิโปห์ รวมถึงล็อบบี้คาเฟ่

ด้านตลาดประชุมและธุรกิจ โรงแรมมีพื้นที่จัดงานรวมประมาณ 964 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องจัดงาน 3 ห้อง ได้แก่ คินตะ บอลรูม รองรับได้สูงสุด 400 คน กัมปาร์ ฮอลล์ และโกเปง รูม รองรับการประชุม สัมมนา งานเลี้ยง และกิจกรรมทางธุรกิจ

มาดามเอลซี ชัว ประธานกรรมการ บริษัท พลีนิจูด เบอร์ฮัด กล่าวว่า การเปิดดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์ถือเป็นบทใหม่ของธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ โดยมีความยินดีที่ได้นำการบริการอันอบอุ่นแบบไทยตามมาตรฐานสากลของดุสิตมาสู่เมืองอิโปห์ พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ท้องถิ่นของเมือง และเชื่อว่าการผสานจุดแข็งของแบรนด์ดุสิตปริ๊นเซสเข้ากับเสน่ห์ของอิโปห์ จะช่วยสร้างประสบการณ์และคุณค่าให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก

นอกจากการให้บริการโรงแรมแล้ว ดุสิตปริ๊นเซส อิโปห์ยังวางโปรแกรม “Discover the Soul of Ipoh” นำเสนอประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม อาหาร ธรรมชาติ สุขภาพ และกิจกรรมสำหรับครอบครัว อาทิ ทัวร์ย่านมรดกทางวัฒนธรรม เส้นทางชิมอิโปห์ไวท์คอฟฟี่และขนมท้องถิ่น เยี่ยมชมสวนส้มโอตัมบุน วัดถ้ำหินปูน และเวิร์กช็อปเครื่องปั้นดินเผาลาบู ซายง

เนื่องในโอกาสเปิดให้บริการ โรงแรมจัดข้อเสนอพิเศษ ราคาเริ่มต้น 230 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 1,900 บาทต่อห้องต่อคืน พร้อมเครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 50 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 400 บาทต่อวัน สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2569

 

 

#DusitPrincess#DusitPrincessIpoh#DusitThani#Ipoh#Malaysia#ดุสิตปริ๊นเซสอิโปห์ดุสิตธานี
Comments (0)
Add Comment