TCP ดัน “Very Thai Music Festival 2026” สู่เวทีจีน ปั้นพลังสร้างสรรค์ไทยเชื่อมตลาดระดับโลก

เรดบูลยกระดับเทศกาลดนตรีไทย–จีนสู่ปีที่ 4 รวม 16 ศิลปิน ดึงคนร่วมงานกว่า 80,000 คน ยอดชมออนไลน์จีนทะลุ 410 ล้านครั้ง ตอกย้ำพลัง Soft Power และโอกาสของ Creative Economy ไทย

กลุ่มธุรกิจ TCP เดินหน้าส่งต่อพลังสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดจีน ผ่าน “Very Thai Dian Feng Music Festival 2026” มหกรรมดนตรีและวัฒนธรรมภายใต้แบรนด์ “เรดบูล” ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 5–6 กันยายน 2569 ณ เมืองหูโจว ประเทศจีน โดยนำเสนอความเป็นไทยผ่านดนตรี ศิลปิน อาหาร ศิลปะ แฟชั่น และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ตลอด 2 วัน

เทศกาลปีนี้รวมศิลปินไทยและจีนกว่า 16 กลุ่ม นำโดย แบมแบม–กันต์พิมุกต์, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, 4EVE, NexT1DE และน้องหมีเนย (Butterbear) ร่วมกับศิลปินจีนชื่อดัง อาทิ โจวเซิน และสวีหมิงฮ่าว (THE8) พร้อมสร้างโชว์พิเศษที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปินจากสองประเทศแลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกัน

นายศุภชัย จุนเกียรติ ประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจ TCP ประเทศจีน กล่าวว่า TCP ต้องการให้ “Very Thai Music Festival 2026” เติบโตมากกว่างานที่จัดขึ้นแล้วจบไป แต่เป็นเทศกาลที่เมื่อพูดถึงแล้ว ผู้คนสามารถจดจำได้ทันทีว่าเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสนุกและพลังสร้างสรรค์จากประเทศไทยผ่านดนตรีและวัฒนธรรมในรูปแบบที่แตกต่าง

“เราไม่อยากให้ ‘Very Thai Music Festival 2026’ เป็นเพียงงานที่จัดขึ้นแล้วจบไป แต่ต้องการสร้างเทศกาลที่เมื่อพูดถึงแล้ว ผู้คนรู้ทันทีว่าจะได้พบกับความสนุกและพลังสร้างสรรค์จากประเทศไทยผ่านดนตรีและวัฒนธรรมในแบบที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ ‘เรดบูล’ เป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่ม แต่เป็น ‘พลังคู่ใจ’ (Energy Companion) ที่เชื่อมโยงกับทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทั้งไทยและจีนผ่านดนตรี วัฒนธรรม และประสบการณ์ร่วม”

นายศุภชัยกล่าวว่า การจัดงานยังเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างผู้คนและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยและจีน โดยการก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ไม่เพียงสะท้อนความต่อเนื่องของเทศกาล แต่ยังทำให้ “Very Thai Music Festival” มีตัวตนชัดเจนขึ้นในฐานะหนึ่งในภาพจำของพลังสร้างสรรค์ไทยบนเวทีนานาชาติ

ดนตรีเป็นภาษากลาง เชื่อมศิลปินไทย–จีน

ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่การสร้างโชว์ร่วมกันระหว่างศิลปินสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเยือนเวทีเป็นครั้งที่ 2 ของ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, 4EVE และ NexT1DE รวมถึงโชว์คอลแลบของกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่กับศิลปินจีน MONEY (Menni) ในเพลง “Gone with Wind (Mo Shan)”

ขณะที่ 4EVE และ NexT1DE ยังคงสร้างพลังให้กับเวทีด้วยโชว์ที่ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนเพลงจีน พร้อมด้วย “น้องหมีเนย” คาแรกเตอร์ไทยที่ได้รับความนิยมในจีน ซึ่งสร้างโมเมนต์ร่วมกับแฟน ๆ รวมถึงเซอร์ไพรส์จาก เบียงก้า (Biancabear) พี่สาวของน้องหมีเนย

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือการนำเพลงจีนที่ผู้ชมคุ้นเคยมาตีความใหม่ในแบบไทย ผ่านจังหวะสามช่า เครื่องดนตรีไทย และเนื้อร้องภาษาไทย เปลี่ยนบทเพลงที่คุ้นเคยให้กลายเป็นโชว์รูปแบบใหม่ โดยใช้ดนตรีเป็นภาษากลางเชื่อมผู้ชมจากสองวัฒนธรรม

ตลอด 2 วัน มีผู้เข้าร่วมงานและกิจกรรมต่าง ๆ รวมกว่า 80,000 คน ขณะที่การถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ของจีนมียอดรับชมมากกว่า 410 ล้านครั้ง สะท้อนศักยภาพของเทศกาลในการขยายการเข้าถึงคอนเทนต์และวัฒนธรรมไทยสู่ผู้ชมวงกว้าง

จาก Music Festival สู่ Experience Platform

นอกจากเวทีดนตรีแล้ว TCP ยังออกแบบ “Very Thai Music Festival 2026” ให้เป็นพื้นที่ประสบการณ์ที่เปิดให้ผู้ร่วมงานสัมผัสความเป็นไทยในหลายมิติ ตั้งแต่บูทเรดบูลที่มาพร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษ มุมบิวตี้ เกม และกิจกรรมต่าง ๆ ไปจนถึง “หมู่บ้านไทย” ที่รวมอาหาร ดนตรี ศิลปะ และแฟชั่นไว้ด้วยกัน

ภายในงานยังมีการสาธิตอาหารไทยแบบสด ๆ ทั้งส้มตำและผัดกะเพรา รวมถึง “เวทีไทย” ที่นำเสนอศิลปวัฒนธรรม แฟชั่นโชว์ และโชว์ไทยอีสานรีมิกซ์ ขณะที่โซน “ไทยอาร์ต” จัดแสดงอาร์ตทอยจาก 6 ศิลปินไทยที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานคอลแลบกับแบรนด์เรดบูลและสปอนเซอร์ พร้อมเปิดเวิร์กช็อปให้ผู้ร่วมงานได้ลงมือสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง

แนวทางดังกล่าวทำให้เทศกาลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการชมคอนเสิร์ต แต่เปลี่ยนความเป็นไทยให้กลายเป็น Experience ที่ผู้บริโภคมีส่วนร่วม ชิม เล่น ถ่ายภาพ สร้างสรรค์ และนำไปบอกต่อ ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้กับบทบาทของแบรนด์ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค

TCP ใช้ความเข้าใจตลาดจีน เปิดทาง Soft Power ไทย

การเดินทางเข้าสู่ปีที่ 4 ยังสะท้อนกลยุทธ์ของ TCP ที่ใช้ประสบการณ์การทำธุรกิจในประเทศจีนมากกว่า 30 ปี มาเป็นฐานในการเชื่อมโยงความสนใจของผู้บริโภคจีนเข้ากับศักยภาพของคนไทย

สำหรับ “เรดบูล” บทบาทจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรม แต่ขยับสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ศิลปินและครีเอเตอร์ไทยได้แสดงศักยภาพต่อผู้ชมระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันก็สร้างพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยและจีน

การปั้น “Very Thai Music Festival” ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกกรณีศึกษาของแบรนด์ไทยที่ใช้ ดนตรี วัฒนธรรม และประสบการณ์ เป็นเครื่องมือสร้าง Brand Connection พร้อมต่อยอด Soft Power และโอกาสทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยในตลาดต่างประเทศ

การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของเทศกาลยังสอดคล้องกับแนวคิด “70 ปี TCP ปลุกพลัง…ให้ไปต่อ” ในวาระครบรอบ 70 ปีของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่มองว่าพลังของแบรนด์สามารถส่งต่อได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ แต่ยังสามารถเปิดประตู สร้างโอกาส และพาศักยภาพของคนไทยออกไปสู่เวทีโลกได้ไกลขึ้น