จาก “จุดหมาย” สู่ “โมเมนต์” Gother พบ 70% จองเที่ยวคนเดียว เดินเกม Beyond OTA รับพฤติกรรมนักเดินทางใหม่
Gother เปิดอินไซต์ Solo Travel โตตามพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่เลือกใช้เวลาและออกแบบประสบการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมขยายจาก OTA สู่ Travel–Lifestyle Platform ใช้ AI และ Data สร้าง Personalization ตั้งเป้ายอดจองปี 2569 แตะ 1,300 ล้านบาท โต 60%
พฤติกรรมนักเดินทางกำลังเปลี่ยนจากการวางแผนทริปโดยมี “จุดหมายปลายทาง” เป็นตัวตั้ง ไปสู่การเลือกเดินทางจาก “โมเมนต์” และประสบการณ์ที่ต้องการใช้เวลาในแต่ละช่วงของชีวิต โดยข้อมูลการจองบนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวสัญชาติไทย Gother พบว่า มากกว่า 70% เป็นการจองสำหรับผู้เดินทางคนเดียว ขณะที่การเดินทางกับคู่รักอยู่ที่ 12% และการเดินทางแบบกลุ่มอยู่ที่ 8%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Solo Travel กำลังกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อและต้องการออกแบบการเดินทางให้สอดคล้องกับเวลา ความสนใจ และไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทริปพักผ่อนระยะสั้น กิจกรรมกีฬา คอนเสิร์ต อาหาร สุขภาพ หรือประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอวันหยุดยาวหรือรอให้เพื่อนร่วมทริปมีเวลาตรงกัน
อินไซต์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนคำถามของนักเดินทางจาก “จะไปที่ไหน” ไปสู่ “อยากใช้เวลาอย่างไร” และเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มท่องเที่ยวขยายบทบาทจากการจำหน่ายเที่ยวบินหรือที่พัก ไปสู่การเป็นผู้เชื่อมโยงประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
Gother โตตามเทรนด์ ตั้งเป้ายอดจอง 1,300 ล้านบาท
ในวาระครบรอบ 2 ปี Gother แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์สัญชาติไทย ซึ่งให้บริการจองเที่ยวบิน โรงแรม กิจกรรมท่องเที่ยว และทัวร์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Gother เปิดเผยว่า บริษัทมีมูลค่าการจองรวมผ่านแพลตฟอร์มในปี 2568 ประมาณ 810 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 1,300 ล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโต 60%
ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการจองรวมให้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3,700 ล้านบาทภายในปี 2570 หรือเติบโตประมาณ 4.6 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2568 สะท้อนแผนการขยายธุรกิจจากแพลตฟอร์มจองท่องเที่ยวไปสู่ระบบนิเวศด้าน Travel และ Lifestyle ที่มีบริการหลากหลายมากขึ้น
ปัจจุบัน Gother เชื่อมต่อที่พักมากกว่า 800,000 แห่งทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นที่พักในประเทศไทยมากกว่า 40,000 แห่ง พร้อมให้บริการลูกค้าองค์กรผ่าน Gother Business มากกว่า 200 บริษัท และพัฒนา Gother KLUB ให้ครอบคลุมประสบการณ์ด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์แล้ว 52 หมวดหมู่
นายอนุพงษ์ เกรียงไกรลิปิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสิร์ชเอ็นจินอ็อปทิไมเซชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้ง Gother กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา Gother เติบโตในฐานะแพลตฟอร์มท่องเที่ยวสัญชาติไทยที่พัฒนาโดยคนไทยและเข้าใจความต้องการของนักเดินทางไทย โดยบริษัทไม่ได้มุ่งเพียงทำให้การวางแผนและจองการเดินทางง่ายขึ้น แต่ต้องการใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายของแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยด้วย
นายอนุพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมของนักเดินทางกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ลูกค้าไม่ได้มองหาการเดินทางเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวอีกต่อไป แต่กำลังมองหา “โมเมนต์” ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตในแต่ละช่วงเวลา บางคนต้องการเดินทางคนเดียว บางคนต้องการไปชมการแข่งขันกีฬาที่รอคอย ขณะที่บางคนเลือกใช้วันหยุดสั้น ๆ เพื่อพักผ่อนและกลับมาดูแลตัวเอง
โจทย์ของ Gother จึงไม่ใช่เพียงการช่วยให้ลูกค้าจองการเดินทางได้ แต่คือการทำให้สิ่งที่เคยเป็นเพียงแผนเที่ยวในใจสามารถเกิดขึ้นจริงได้ง่ายขึ้น พร้อมใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีนำเสนอประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความสนใจและช่วงเวลาของลูกค้าแต่ละคน
“Beyond OTA” ขยับจากการจอง สู่การขายประสบการณ์
ปีที่ 3 ของ Gother จึงถูกวางทิศทางภายใต้กลยุทธ์ “Gother Beyond OTA” เพื่อขยายบทบาทจากแพลตฟอร์มจองเที่ยวบินและที่พัก ไปสู่ระบบนิเวศที่เชื่อมโยง Travel–Experience–Lifestyle เข้าด้วยกัน ครอบคลุมเที่ยวบิน ที่พัก กิจกรรม กีฬา ความบันเทิง สุขภาพและการพักผ่อน บริการสำหรับลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง การเดินทางสำหรับองค์กร รวมถึงบริการดูแลเมื่อเที่ยวบินเกิดเหตุขัดข้อง
หนึ่งในทิศทางสำคัญคือการต่อยอด Gother KLUB ภายใต้แนวคิด “Book Your Moment with Gother” โดยจัดประสบการณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Cheerful Moment โมเมนต์แห่งความสนุก ความสุข และการเฉลิมฉลอง, Active Moment สำหรับการออกไปเคลื่อนไหว ท้าทายตัวเอง และทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ และ Recharge Moment สำหรับการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และเติมพลังให้กับจิตใจ
ขณะเดียวกัน Gother เตรียมขยายบริการด้าน Sport & Entertainment Travel ให้ครอบคลุมกีฬาที่คนไทยสนใจ ทั้งฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ ฟอร์มูลาวัน และโมโตจีพี โดยพัฒนาเป็นประสบการณ์แบบครบวงจร ตั้งแต่บัตรเข้าชม เที่ยวบิน ที่พัก การเดินทางในจุดหมาย ไปจนถึงกิจกรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ก่อนหรือหลังการแข่งขัน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนโมเดลจากธุรกิจที่แข่งขันกันด้วย “จำนวนตัวเลือกในการจอง” ไปสู่การแข่งขันด้วยความสามารถในการเข้าใจว่า ลูกค้าแต่ละคนต้องการใช้เวลาอย่างไร และสามารถออกแบบประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ได้มากเพียงใด
ใช้ AI และ Data เปลี่ยนการค้นหาให้เป็น Personalization
อีกหนึ่งกลไกสำคัญของการเติบโตคือการนำ AI, Data และเทคโนโลยี Personalization มาใช้ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเดินทาง การแนะนำเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจ ไปจนถึงการติดตามสถานะการเดินทางแบบเรียลไทม์ ในปีที่ 3 Gother เตรียมพัฒนาระบบนำเสนอสินค้าและประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการค้นหา การจอง ไปจนถึงระหว่างการเดินทาง เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้ละเอียดขึ้น
นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายบริการ Flight Disruption Care เพื่อช่วยแจ้งเตือนและดูแลกรณีเที่ยวบินเกิดเหตุขัดข้อง รวมถึงการจองเที่ยวบินใหม่หรือคืนเงินเต็มจำนวนเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีจะทำงานควบคู่กับทีมบริการภาษาไทยตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบอัตโนมัติจะเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลและขั้นตอนที่เกิดขึ้นซ้ำ ขณะที่บุคลากรยังมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และดูแลสถานการณ์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจในบริบทของลูกค้า
เปิด Ecosystem ให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดดิจิทัล
นอกจากการขยายบริการสำหรับผู้บริโภคแล้ว Gother ยังเตรียมขยาย Gother Partner, Gother Agent และ Gother Affiliate เพื่อช่วยให้โรงแรม SME ผู้ประกอบการท้องถิ่น ตัวแทนท่องเที่ยว และครีเอเตอร์เข้าสู่ตลาดดิจิทัลได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การนำสินค้าและประสบการณ์ท้องถิ่นเข้าสู่แพลตฟอร์ม การสร้างและแปลเนื้อหา ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านเครือข่ายพันธมิตร สถาบันการเงิน และลูกค้าองค์กร
ทิศทางดังกล่าวทำให้ Gother ไม่ได้วางบทบาทตัวเองเพียงในฐานะ “แพลตฟอร์มสำหรับนักท่องเที่ยว” แต่ต้องการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ช่วยเชื่อมผู้บริโภคกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในระบบนิเวศเดียวกัน
“เป้าหมายต่อไปของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนการจอง แต่คือการทำให้ Gother เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าใจว่าลูกค้าอยากใช้เวลาและใช้ชีวิตอย่างไร พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ตรงกับสินค้าและประสบการณ์ของตนเองมากขึ้น เพื่อให้ทุกการจองสร้างทั้งโมเมนต์ที่มีความหมายสำหรับนักเดินทาง และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในระบบนิเวศไปพร้อมกัน” นายอนุพงษ์กล่าวทิ้งท้าย
จากอินไซต์ที่มากกว่า 70% ของการจองเป็นการเดินทางคนเดียว ไปจนถึงเป้าหมายยอดจอง 3,700 ล้านบาทในปี 2570 ทำให้ทิศทางของ Gother ในระยะต่อไปไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินหรือโรงแรมบนแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่คือการขยับเข้าสู่ Experience Economy ที่การเดินทาง กีฬา สุขภาพ อาหาร ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์สามารถเชื่อมต่อกันได้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยมี AI และ Data เป็นเครื่องมือสำคัญในการจับคู่ “คน–โมเมนต์–ประสบการณ์” และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยไปพร้อมกัน