ICONSIAM ปั้น “Coffee Ecosystem” สู่เวทีโลก ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 ดันยอดขายโต 30% ทราฟฟิกเพิ่ม 20% สร้างมูลค่าจาก Collaboration Economy

ไอคอนสยามเดินหน้าสร้างบทบาทใหม่ของ Destination ผ่านวัฒนธรรมกาแฟ หลังปิดฉาก “ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026” ด้วยตัวเลขยอดขายภายในงานเติบโตกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ทราฟฟิกเพิ่มขึ้นกว่า 20% สะท้อนพลังของการนำ “Coffee Community” มาผสานเข้ากับธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยว

งานครั้งนี้จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตรของไอคอนสยาม รวมแบรนด์กาแฟและผู้ประกอบการมากกว่า 350 แบรนด์ พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายกาแฟจาก 12 ประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตอิตาลี เปรู และอาร์เจนตินา ทำให้เวทีดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่กลายเป็นพื้นที่สร้าง Business Opportunity ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างเกษตรกรและกาแฟ GI ไทย ไปจนถึงแบรนด์กาแฟ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค

หนึ่งในโจทย์สำคัญของงานคือการยกระดับกาแฟไทยให้มีพื้นที่บนเวทีสากล ผ่านการนำเสนอ “กาแฟ ปิง วัง ยม น่าน” รวมถึงการแข่งขัน “THAILAND ICONIC COFFEE & CREATIVITY CHAMPIONSHIP 2026” หรือ TICC ซึ่งมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้าร่วมตัดสิน ช่วยเชื่อมศักยภาพของอุตสาหกรรมกาแฟไทยเข้ากับ Coffee Community ระดับนานาชาติ

อีกมิติที่น่าสนใจคือการสร้าง “Collaboration Economy” ด้วยการเปิดพื้นที่ให้คอมมูนิตี้จากหลากหลายวงการเข้ามาเชื่อมต่อกับงานกาแฟ โดยไอคอนสยามร่วมกับ “Thonburian – ธนบุเรี่ยน” จัดงาน “Thonburian Vibes” รวมร้านอาหารชื่อดังและร้านเทรนดี้จากฝั่งธนบุรีกว่า 30 ร้าน สร้างรายได้กว่า 5 ล้านบาทให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่

ขณะเดียวกัน การจับมือกับ Brew Run Club จัด “THE VERTICAL FUN RUN” ยังขยายฐานจาก Coffee Community ไปสู่ Health & Lifestyle Community โดยเปิดประสบการณ์วิ่งผ่านพื้นที่ทั้ง 7 ชั้นของไอคอนสยาม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 300 คน ขณะที่ Marcia Yoko Shimosaka ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟและโค้ชผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์ World Barista 2023 มาร่วมสร้างประสบการณ์ผ่านการชิมเมล็ดกาแฟ Competition Grade จากแหล่งปลูกระดับโลก ซึ่งนำมาให้ชิมเฉพาะภายในงาน

ทั้งหมดสะท้อนแนวทางของไอคอนสยามในการใช้ “Experience” เป็นตัวเชื่อมระหว่างแบรนด์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยไม่ได้มองงานอีเวนต์เพียงในมิติของจำนวนผู้เข้าชม แต่ขยายไปถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ และการเพิ่มเหตุผลใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้พื้นที่

อีกประเด็นที่ถูกนำมาเชื่อมกับงานคือ Sustainability ภายใต้แคมเปญ “ICONSIAM GO GREEN” โดยตลอด 5 วัน สามารถจัดการขยะรวมได้ 2,140 กิโลกรัม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและผลิตพลังงานหมุนเวียน พร้อมเดินหน้าแนวคิด “ZERO Cup to Landfill ทุกแก้วที่ดื่ม มีปลายทางที่ยั่งยืน” ผ่านจุด RETURN STATION สำหรับคัดแยกแก้วและวัสดุใช้แล้ว

ข้อมูลจากการจัดการภายในงานระบุว่า สามารถรวบรวมแก้วกาแฟใช้แล้วได้กว่า 8,600 แก้ว และขยะรีไซเคิลอื่นๆ อีกกว่า 48 กิโลกรัม คิดเป็นการดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1,989.79 กิโลกรัม หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 209.45 ต้น* นอกจากนี้ ยังนำกากกาแฟและเศษอาหาร 675 กิโลกรัมไปแปรรูปเป็นสารบำรุงดินได้ 203 กิโลกรัม ก่อนส่งมอบให้กรุงเทพมหานครเพื่อนำไปใช้บำรุงต้นไม้ในสวนสาธารณะ

สำหรับไอคอนสยาม ความสำเร็จของ ICONIC CRAFT COFFEE EXPO 2026 จึงไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้น 30% หรือทราฟฟิกที่เติบโต 20% แต่สะท้อนโมเดลการพัฒนา Destination ที่ใช้ “Coffee” เป็นตัวกลางในการเชื่อม Business, Community, Culture, Tourism และ Sustainability เข้าด้วยกัน

จาก Local Coffee ไปสู่ International Coffee Community โมเดลนี้กำลังทำให้ไอคอนสยามขยับบทบาทจากศูนย์การค้าไปสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์และโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้คนและแบรนด์จากไทยเข้ากับตลาดโลก

*ข้อมูลการคำนวณอ้างอิงตามเกณฑ์ข้อมูลค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (อบก.) และ IPCC Guideline