สมาคมประกันชีวิตไทย มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อ รับแรงหนุนสุขภาพ–สังคมสูงวัย

60

แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่คนไทยให้ความสำคัญกับการวางแผนสุขภาพและการเงินมากขึ้น ดันเบี้ยประกันชีวิตครึ่งปีแรกโต 4.57% พร้อมจับตาความท้าทายจากเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน และ TFRS 17

สมาคมประกันชีวิตไทย ประเมินภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตตามเป้าหมายที่ 2.50–3.50% แม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 ธุรกิจประกันชีวิตมี เบี้ยประกันภัยรับรวม 341,522.85 ล้านบาท เติบโต 4.57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ 93,739.94 ล้านบาท ลดลง 1.22% ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปอยู่ที่ 247,782.91 ล้านบาท เติบโต 6.94% และมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ 84%

สำหรับเบี้ยประกันภัยรับปีแรกยังขยายตัว 8.10% สะท้อนความต้องการซื้อประกันเพื่อสร้างหลักประกันในระยะยาว แม้เบี้ยประกันแบบจ่ายครั้งเดียวจะหดตัวลงจากปีก่อน

ด้านช่องทางจำหน่าย ตัวแทนประกันชีวิต ยังคงครองสัดส่วนตลาดสูงสุดที่ 48.23% ขณะที่ ช่องทางธนาคาร (Bancassurance) เติบโตโดดเด่นถึง 9.47% ส่วนช่องทาง ดิจิทัล แม้ยังมีสัดส่วนตลาดไม่มาก แต่เติบโตสูงถึง 77.53% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น

ในด้านผลิตภัณฑ์ ประกันสุขภาพยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับ 63,643.08 ล้านบาท เติบโต 3.96% จากความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ ประกันชีวิตแบบบำนาญ เติบโต 7.67% ตามการเตรียมความพร้อมรับสังคมสูงวัย และ ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) ขยายตัวโดดเด่นถึง 41.55% สะท้อนความต้องการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต

สมาคมประกันชีวิตไทยมองว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังยังมาจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ กระแสการใส่ใจสุขภาพ การเพิ่มขึ้นของค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง กำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ระดับหนี้ครัวเรือน ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย การบังคับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS 17 และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว

นายกสมาคมประกันชีวิตไทยย้ำว่า ภาคธุรกิจยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้หลักธรรมาภิบาลและแนวคิด ESG ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงินที่มั่นคงให้กับคนไทยในทุกช่วงชีวิต