ทิพยประกันชีวิตครึ่งปีแรกโตแรง เบี้ยรวม 4,247 ล้าน เดินหน้ากลยุทธ์ Grow together with AI ยกระดับธุรกิจ–เพิ่มศักยภาพบุคลากร

58

ทิพยประกันชีวิต โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับใหม่อยู่ที่ 3,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% และมีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% สะท้อนการเติบโตทั้งด้านรายได้และประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเสริมศักยภาพธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

เบี้ยใหม่โตแรง สะท้อนฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์

นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแรงสนับสนุนจากทั้งการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ 36.5% จึงเป็นหนึ่งในตัวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้า ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อรองรับโครงสร้างสังคมและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง แนวโน้มในไตรมาส 3 และครึ่งปีหลังยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายให้ผลประกอบการทั้งปีเป็นไปตามแผนที่วางไว้

“Grow together with AI” 4 เสาหลักขับเคลื่อนองค์กร

กลยุทธ์ “Grow together with AI” ของทิพยประกันชีวิต ไม่ได้มุ่งเน้นการนำ AI มาใช้เพื่อทดแทนบุคลากร แต่เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของคนและองค์กร ผ่าน 4 เสาหลัก

New Product Innovation ใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ Customer Insights เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค นำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์และความคุ้มครองที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

Service Excellence ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยกระบวนการบริการที่รวดเร็วและคล่องตัว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

AI-Driven Workspace นำเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และเปิดโอกาสให้พนักงานนำเวลาไปใช้กับงานเชิงกลยุทธ์และงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

Employee Engagement สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างต่อความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม พร้อมให้ความสำคัญกับ Workplace Wellbeing ผ่านสวัสดิการและพื้นที่ทำงาน เช่น Co-Working Space และ Fitness Room เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและคุณภาพชีวิต

นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

เมื่อเทคโนโลยีต้องเติบโตไปพร้อมกับคน

นายนพพร กล่าวว่า ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทิพยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการปรับตัวเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทั้งลูกค้าและพนักงาน โดยกลยุทธ์ “Grow together with AI” เป็นการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับความสามารถขององค์กรในทุกมิติ

“การนำ AI เข้ามาใช้จะช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบความคุ้มครองที่มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับประสบการณ์การให้บริการ และลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์ งานสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมได้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

สำหรับการนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กร ทิพยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและพนักงานที่มีความเข้าใจในธุรกิจ เพื่อให้สามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้ตรงกับโจทย์การทำงานจริง พร้อมวางระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐาน ISO 27001 ด้านระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ควบคู่กับแนวปฏิบัติด้าน AI Governance โดยยึดหลัก “Human in the Loop” ให้มนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ อนุมัติ และตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะกระบวนการที่มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เอาประกันภัย เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ”

“น้องนุมาน” In-house AI สร้างพื้นที่ให้พนักงานเรียนรู้จากการลงมือทำ

อีกหนึ่งแนวทางที่ทิพยประกันชีวิตให้ความสำคัญ คือการพัฒนา “น้องนุมาน” หรือ “นุมาน AI” ระบบ AI ภายในองค์กรที่ออกแบบให้เป็นเสมือน Sandbox หรือพื้นที่ทดลองสำหรับพนักงาน เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเรียนรู้และทดลองใช้งาน AI ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

นายนพพร กล่าวว่า บริษัทฯ เลือกพัฒนา AI ขึ้นมาเองแทนการพึ่งพาระบบสำเร็จรูปจากภายนอก เนื่องจากต้องการให้เทคโนโลยีสอดคล้องกับบริบทการทำงานขององค์กร และสามารถเปิดโอกาสให้พนักงานทุกกลุ่มเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม “น้องนุมาน” จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการ Learn by Doing ให้พนักงานได้ทดลองป้อนคำสั่งหรือ Prompt ลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากการใช้งานจริง เมื่อเห็นว่า AI สามารถช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ทำให้งานที่ซับซ้อนง่ายขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง ความกังวลต่อเทคโนโลยีก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความมั่นใจและความสนุกในการใช้งาน

“เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ AI เป็นเสมือน “โค้ชส่วนตัวและผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไอที ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี หรือสายงานใดก็ตาม ผ่าน Interface ที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน นอกจากเรื่อง Accessibility แล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับ Opportunity หรือการเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตัวเองและสร้างผลงานได้อย่างเท่าเทียม ลดช่องว่างระหว่างคนที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีกับผู้ที่ยังไม่ถนัด โดยสามารถนำ AI มาช่วยดึงข้อมูล วิเคราะห์อินไซต์ หรือสรุปข้อมูลจำนวนมากให้อยู่ในรูปแบบที่นำไปใช้งานได้ง่ายขึ้น”

เป้าหมายสุดท้ายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้พนักงาน “ใช้ AI เป็น” แต่คือการทำให้พนักงานมีทักษะเพิ่มขึ้น มีเวลาไปทำงานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

ลงทุนกับ “คน” เพื่อสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ภายใต้แนวคิดการบริหารของทิพยประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานควบคู่กับการยกระดับเทคโนโลยี โดยส่งเสริมรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น การสร้าง Work-Life Balance รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อ Upskill และ Reskill ให้กับพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียม

นายนพพร กล่าวว่า ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของทิพยประกันชีวิตไม่ใช่เทคโนโลยีหรือผลกำไร แต่คือ “พนักงานทุกคน” เพราะความทุ่มเทและความคิดสร้างสรรค์ของบุคลากรคือแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กร เมื่อบริษัทดูแลและสนับสนุนพนักงานอย่างเหมาะสม พนักงานก็จะสามารถส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดกลับไปยังลูกค้าและองค์กรได้ ดังนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี “คน” จึงยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ขณะที่ AI จะเข้ามาทำหน้าที่เสริมศักยภาพและปลดล็อกความสามารถของบุคลากรให้ก้าวไปอีกขั้น ทิพยประกันชีวิตจึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ “คนและ AI เติบโตไปด้วยกัน” พร้อมลงทุนกับทักษะแห่งอนาคต เพื่อเปลี่ยนบทบาทของพนักงานจากการทำงานเชิงกระบวนการที่ซับซ้อน ไปสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์”

กลยุทธ์ “Grow together with AI” จึงไม่ใช่การนำ AI เข้ามาแทนที่คน และไม่ใช่การปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่คือการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการ “ติดอาวุธให้คน” เพิ่มขีดความสามารถ เพิ่มความแม่นยำ และเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนทิพยประกันชีวิตไปสู่เป้าหมายการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน