Brother เดินหน้าฟื้นฟูป่าชายเลนปีที่ 18 ชู “Grow with PRIDE” ขยับจาก CSR สู่การสร้าง Biodiversity Value
บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) เดินหน้าภารกิจอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ภายใต้แนวคิด “Grow with PRIDE” มองความหลากหลายทางชีวภาพเป็นรากฐานของการเติบโตที่ยั่งยืน เชื่อมธรรมชาติ ชุมชน พนักงาน และพันธมิตรเข้าด้วยกัน พร้อมออกแบบกิจกรรมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมกับการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม
โจทย์ด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจกำลังขยับจากการรับมือ Climate Change ไปสู่การให้ความสำคัญกับ “ธรรมชาติ” และ ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) มากขึ้น เพราะระบบนิเวศไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเชื่อมโยงกับทรัพยากร ความเสี่ยง และความสามารถในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ท่ามกลางทิศทางดังกล่าว บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “Grow with PRIDE” โดยขยายความหมายของการปลูกป่าจากการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปสู่การสร้างพื้นที่ที่ธรรมชาติ ระบบนิเวศ ผู้คน และชุมชนสามารถเติบโตไปด้วยกัน
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางโลกที่ให้ความสำคัญกับ Nature Positive และการหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยกรอบ Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework กำหนดเป้าหมายให้เกิดการหยุดและฟื้นคืนการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2030 ขณะที่แนวทางของ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) ผลักดันให้ภาคธุรกิจมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการพึ่งพาธรรมชาติ ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสจากระบบนิเวศอย่างเป็นระบบมากขึ้น
พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่บราเดอร์ดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน สิ่งที่เติบโตขึ้นพร้อมกับต้นไม้คือความเข้าใจว่า ความยั่งยืนเกิดจากความสัมพันธ์ของหลายชีวิตที่พึ่งพากัน ทั้งธรรมชาติ ชุมชน พนักงาน พันธมิตร และสังคม
“ปีนี้เราจึงสร้างสรรค์แนวคิดกิจกรรม ‘Grow with PRIDE’ ขึ้น เพื่อชวนทุกคนมองการเติบโตในความหมายที่กว้างขึ้น เป็นการเติบโตที่เคารพความหลากหลาย ฟื้นฟูระบบนิเวศ และส่งต่อคุณค่าที่ดีไปสู่คนรุ่นต่อไป”
หัวใจของ PRIDE ถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางการเรียนรู้เรื่อง Biodiversity ที่เข้าใจง่ายและเชื่อมโยงกับการลงมือทำจริง เริ่มจาก P – Proud to Protect ความภูมิใจในการปกป้องธรรมชาติ ตามด้วย R – Restore Nature การฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนให้กลับมาทำหน้าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร และพื้นที่อนุบาลของสิ่งมีชีวิต
ขณะที่ I – Inclusive Biodiversity สื่อถึงระบบนิเวศที่เปิดพื้นที่ให้สิ่งมีชีวิตหลากหลายสามารถเติบโตและพึ่งพากัน ส่วน D – Diversity Drives Growth ขยายแนวคิดเรื่องความหลากหลายจากธรรมชาติไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ชุมชน และผู้คน และ E – Eco Future คือการส่งต่อระบบนิเวศที่มีคุณภาพให้กับคนรุ่นต่อไป
ทั้งหมดนำไปสู่แนวคิด “Growing Sustainable Future” และ Key Line “Grow with PRIDE, Grow Biodiversity.” ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของบราเดอร์ที่จะมองการฟื้นฟูธรรมชาติเป็นกระบวนการระยะยาว มากกว่าการทำกิจกรรมเพียงครั้งเดียว
สำหรับกิจกรรมในปีนี้ บราเดอร์ออกแบบประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมกับแนวคิด PRIDE ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้ง Paint with PRIDE การตกแต่งกระถางต้นไม้ด้วยข้อความเชิงบวกและคุณค่าที่สะท้อน Brother DNA ก่อนนำต้นไม้กลับไปดูแลต่อ ขณะที่ Forest of PRIDE เปิดให้ผู้เข้าร่วมตอบคำถาม “What would you like to plant for the world?” ผ่าน QR Code ก่อนนำข้อความทั้งหมดมาสร้างเป็น Digital Mangrove Forest เปรียบเสมือนการรวมเสียงและความคิดที่แตกต่างให้กลายเป็นระบบนิเวศเดียวกัน
อีกหนึ่งกิจกรรมคือ Thai Wellness Moment ที่นำภูมิปัญญาการนวดไทยเข้ามาเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง Local Community สะท้อนมุมมองว่าการสร้างความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แต่รวมถึงการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนที่อยู่รอบพื้นที่ด้วย
การเดินหน้ามาถึงปีที่ 18 ยังสะท้อนความต่อเนื่องของบราเดอร์ในการทำงานด้านป่าชายเลน โดยมีผู้บริหาร พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการค่อย ๆ ขยับจากกิจกรรม CSR รายปี ไปสู่พื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านประสบการณ์จริง
พรภัคกล่าวเพิ่มเติมว่า ความหลากหลายทางชีวภาพสอนให้เห็นว่าระบบที่แข็งแรงเกิดจากความหลากหลายที่สามารถเติบโตและเกื้อหนุนกัน ซึ่งเช่นเดียวกับการทำงานด้าน Sustainability ขององค์กร ที่ต้องการให้พนักงาน พันธมิตร ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
“การได้รับรางวัลระดับ Double Ring จาก UNSCR จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันให้เราพัฒนาการทำงานต่อไป จากการทำกิจกรรมที่สร้างผลลัพธ์ในวันนี้ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่มีความแข็งแรงและส่งต่อคุณค่าได้ในระยะยาว”
ในภาพใหญ่ โครงการยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติหลายด้าน ทั้ง SDG 3: Good Health and Well-being, SDG 13: Climate Action, SDG 14: Life Below Water, SDG 15: Life on Land และ SDG 17: Partnerships for the Goals ตอกย้ำว่าป่าชายเลนไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทั้งสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพชีวิต และความร่วมมือระหว่างภาคส่วน
เมื่อโลกธุรกิจกำลังขยับจากคำถามว่าองค์กรสามารถ “ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากเพียงใด” ไปสู่คำถามว่าองค์กรจะ “ช่วยให้ธรรมชาติกลับมาแข็งแรงขึ้นได้อย่างไร” การปลูกต้นไม้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการทำให้ต้นไม้นั้นเติบโตอยู่ในระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีชุมชนที่เห็นคุณค่า และมีผู้คนพร้อมเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง
นี่คือความหมายของ “Grow with PRIDE” ในมุมของบราเดอร์ การเติบโตที่ไม่ได้วัดเพียงจำนวนต้นไม้ที่ปลูก แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ ธรรมชาติ ความหลากหลาย ผู้คน และชุมชน เติบโตไปพร้อมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงและส่งต่อคุณค่าไปยังคนรุ่นต่อไป