ทรูยกระดับ 5G รับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 ผสาน AI–ข้อมูลจากการซ้อมจริง เสริม 5G, 4G, WiFi พร้อม BNIC บริหารเครือข่าย 24 ชั่วโมง

ทรู คอร์ปอเรชั่น เตรียมความพร้อมโครงข่ายดิจิทัลตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา รองรับประชาชนที่จะเดินทางมาชม “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พุทธศักราช 2569” ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยวางแผนเสริมศักยภาพเครือข่าย 5G, 4G และ WiFi ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พร้อมนำ AI และข้อมูลจากการฝึกซ้อมจริงมาวิเคราะห์ เพื่อบริหาร Capacity ให้รองรับการใช้งานจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน

การเตรียมเครือข่ายครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มสถานีฐาน แต่เป็นการวางแผนจากข้อมูลการใช้งานจริง ทั้งพฤติกรรมการใช้มือถือ ปริมาณดาต้า และข้อมูลจากการฝึกซ้อมแต่ละรอบ โดยทีมวิศวกรลงพื้นที่สำรวจคุณภาพสัญญาณเป็นพิเศษในจุดชมขบวนและจุดสัญจรสำคัญ ทั้งท่าเรือ วัด สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม จุดเชื่อมต่อการเดินทาง และสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทรูยังนำประสบการณ์จากการดูแลเครือข่ายในช่วงการชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเมื่อปี 2567 มาต่อยอด เพื่อระบุพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดการใช้งานหนาแน่นและกำหนดจุดเสริมขีดความสามารถให้เหมาะกับสภาพพื้นที่จริง โดยเฉพาะการใช้งานที่มีการรับส่งข้อมูลสูง เช่น การถ่ายภาพ วิดีโอ ไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ

นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมเครือข่ายสำหรับพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความท้าทายแตกต่างจากการรองรับกิจกรรมทั่วไป ทั้งข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ ทิศทางการกระจายสัญญาณ และการเพิ่มขึ้นของการใช้งานพร้อมกันในหลายจุด

ทีมวิศวกรจึงออกแบบการเสริมเครือข่ายให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ พร้อมติดตามคุณภาพสัญญาณและบริหาร Capacity แบบเรียลไทม์ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ BNIC ซึ่งดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง โดยนำข้อมูลจากการฝึกซ้อมมาปรับแผนอย่างต่อเนื่อง ก่อนการซ้อมใหญ่ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม และวันพระราชพิธี 6 พฤศจิกายน 2569

ในด้านโครงข่าย ทรูวางแผนเพิ่มขีดความสามารถของ 5G และ 4G ในพื้นที่สำคัญ โดยวิเคราะห์ Capacity ของแต่ละสถานีฐานให้สัมพันธ์กับจำนวนผู้ใช้งานและปริมาณดาต้าที่คาดการณ์ พร้อมเตรียม รถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่ COW (Cell-On-Wheel) สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการใช้งานหนาแน่น รวมถึง Temporary Site ในพื้นที่สำคัญหรือบริเวณที่มีข้อจำกัดด้านการติดตั้งอุปกรณ์

ขณะเดียวกันยังเสริม WiFi ในจุดสำคัญ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเชื่อมต่อ ปรับแต่ง Event Parameter ให้เหมาะกับพื้นที่จัดกิจกรรม และใช้ข้อมูลการใช้งานจริงเพื่อบริหารคุณภาพสัญญาณในช่วงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก

อีกส่วนสำคัญคือการนำ AI และระบบอัตโนมัติ เข้ามาช่วยบริหารเครือข่าย โดยวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน ประเมินความหนาแน่นของผู้ใช้ และติดตามสภาวะเครือข่าย เพื่อช่วยปรับประสิทธิภาพและบริหารโหลดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะที่ BNIC และทีมวิศวกรในพื้นที่จะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

แนวทางดังกล่าวทำให้การเตรียมเครือข่ายสำหรับปี 2569 เป็นกระบวนการที่ปรับตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากการฝึกซ้อมแต่ละครั้งจะถูกนำกลับมาวิเคราะห์และใช้ปรับแผน ก่อนขยับไปสู่การซ้อมใหญ่และการรองรับการใช้งานจริงในวันพระราชพิธี

สำหรับ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พุทธศักราช 2569 จะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมีการฝึกซ้อมย่อยรวม 10 ครั้ง และซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569

สำหรับทรู การเตรียมเครือข่ายครั้งนี้สะท้อนทิศทางการนำ 5G, 4G, WiFi, AI และ Network Intelligence มาทำงานร่วมกันมากขึ้น จากเดิมที่การรองรับอีเวนต์ขนาดใหญ่เน้นการเพิ่ม Capacity เป็นหลัก สู่การใช้ข้อมูลจริงและการบริหารเครือข่ายแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา และรองรับการสื่อสารของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง