กรุงเทพประกันชีวิตเปิดเกม Longevity ดัน BLA GoodLife Keeper สู่ระบบนิเวศดูแลชีวิตระยะยาว

ชู Well-Being Ecosystem ยกระดับตัวแทนสู่ Life Care Partner พร้อมเปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” รวมความคุ้มครองชีวิต โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ รับสังคมอายุยืน

กรุงเทพประกันชีวิต เปิดทิศทางธุรกิจใหม่ภายใต้แนวคิด “BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer” มุ่งเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้ความคุ้มครองทางการเงิน สู่การดูแลคุณภาพชีวิตระยะยาวแบบครบวงจร รับสังคมอายุยืน หลังผลวิจัยพบว่าคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ย 78 ปี แต่มีช่วงเวลาสุขภาพดีประมาณ 67 ปี พร้อมยกระดับบริการสุขภาพ BLA EveryCare และ BLA Well-Being Ecosystem พัฒนาตัวแทนสู่ Life Care Partner และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ตอบโจทย์ความคุ้มครองที่หลากหลายยิ่งขึ้น

Longevity เปลี่ยนโจทย์ประกันชีวิต จากความคุ้มครองสู่คุณภาพชีวิต

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคสะท้อนความท้าทายของสังคมอายุยืน โดยคนไทยต้องเผชิญช่วงเวลาที่มีปัญหาสุขภาพในช่วงท้ายของชีวิตเฉลี่ยประมาณ 11 ปี ขณะที่ผู้บริโภคกว่า 60% กังวลว่าตนเองจะกลายเป็นภาระของครอบครัว

งานวิจัยยังพบความต้องการสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตนเอง (Stay Capable) การมีอิสระในการตัดสินใจ (Stay in Control) การได้รับความคุ้มครองโดยไม่เป็นภาระคนรัก (Stay Protected, Effortlessly) ความมั่นคงพร้อมรับความเสี่ยง (Stay Secured) และการมีความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว (Stay Connected)

โจทย์ของธุรกิจประกันชีวิตจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจ่ายผลประโยชน์เมื่อเกิดความเสี่ยง แต่ต้องช่วยให้ผู้บริโภคเตรียมพร้อมรับมือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โรคเรื้อรัง การเปลี่ยนแปลงของครอบครัว และความต้องการด้านจิตใจและความสัมพันธ์ในระยะยาว

ภายใต้แนวคิด BLA GoodLife Keeper บริษัทจึงขยายการดูแลสู่ Protective Care+ ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ Proactive Care ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ Preventive Care ป้องกันและตรวจหาความเสี่ยงก่อนเกิดโรค และ Restorative Care ฟื้นฟูสุขภาพเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น พร้อมบริการ GoodLife Care Check-in ให้ลูกค้าทบทวนแผนชีวิตร่วมกับตัวแทนอย่างสม่ำเสมอ โดยวางรากฐานคุณภาพชีวิตผ่าน 4 ด้าน คือ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ดี

ขยายความคุ้มครอง รับความเสี่ยงที่ซับซ้อนขึ้น

ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิตเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ 2 แนวทางหลัก ได้แก่ Extension การยืดระยะเวลาความคุ้มครอง และ Expansion การขยายความคุ้มครองให้ตอบโจทย์ชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

กลุ่ม Extension ได้แก่ “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” ประกันโรคร้ายแรงที่ปรับแนวคิดจากการเจอโรคแล้วจ่ายครั้งเดียว สู่การจ่ายผลประโยชน์ต่อเนื่อง โดยครอบคลุม 8 โรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตระยะยาว เช่น อัลไซเมอร์และพาร์กินสัน พร้อมจ่ายเงินชดเชยปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สูงสุดถึงอายุ 99 ปี ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ส่วนกลุ่ม Expansion ประกอบด้วย “เกนเฟิส เซฟวิ่ง & เฟล็กซี่ แคร์” ที่ให้ผลประโยชน์ด้าน Well-Being เพิ่มเติม 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปี “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ที่เพิ่มเงินชดเชย 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปีเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง พร้อมเงินก้อนกรณีเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” ที่มอบเงินบำนาญก้อนแรก 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่ออายุ 60 ปี และรับเงินเพิ่มปีละ 8% จนถึงอายุ 88 ปี รวมถึงผลประโยชน์เพิ่มเติมกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขที่กำหนด

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่คือ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันตลอดชีพที่รวมความคุ้มครองชีวิต โรคร้ายแรง 25 โรค และอุบัติเหตุไว้ในกรมธรรม์เดียว รับประกันตั้งแต่อายุแรกเกิดถึง 70 ปี เลือกจำนวนเงินเอาประกันภัยได้ตั้งแต่ 100,000–5,000,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี และมีทางเลือกผ่อนชำระรายเดือน

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้ความคุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี พร้อมเงินชดเชยล่วงหน้า 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ยังให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติมโดยไม่คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มตลอดช่วงชำระเบี้ย 20 ปี ได้แก่ ผลประโยชน์ 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีกระดูกหัก ไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก และการบาดเจ็บอวัยวะภายในจากอุบัติเหตุ รวมถึงผลประโยชน์ 50% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ ทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ดัน Well-Being Ecosystem สร้างบริการที่ลูกค้าใช้ได้จริง

นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า กล่าวว่า การมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างคุณภาพชีวิตระยะยาว บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนา BLA Well-Being Ecosystem และบริการ BLA EveryCare เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพได้จริงตลอดเส้นทางชีวิต

ข้อมูลการใช้บริการสะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยบริการรถรับ-ส่งโรงพยาบาล Driving Home ในกลุ่ม Restorative Care มีอัตราการใช้สิทธิ์เติบโต 38.7% ขณะที่บริการกายภาพบำบัดที่บ้านพบว่าการรักษาออฟฟิศซินโดรมมีสัดส่วนผู้ใช้บริการสูงสุด 75% รองลงมาคือกายภาพบำบัดออกกำลังกายในน้ำ 11% และบริการนวดเปิดท่อน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่ 6%

ด้าน Preventive Care บริษัทจับมือกับสถาบันสุขภาพชั้นนำ ได้แก่ VitalLife โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลสมิติเวช นำเสนอโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึก Longevity Program อาทิ การวิเคราะห์อายุชีวภาพ การตรวจมวลกระดูก และการตรวจฮอร์โมนความเครียด

ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชัน BLA Happy Life มีจำนวนผู้ใช้งานใหม่ที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง (New Active Users) เติบโต 65% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีคะแนนความพึงพอใจจากการแนะนำบริการ (NPS) อยู่ที่ 28.4% และลูกค้าใช้สิทธิประโยชน์เฉลี่ย 4 ครั้งภายใน 6 เดือน สะท้อนบทบาทของบริการเสริมในการเชื่อมโยงความคุ้มครองเข้ากับการดูแลชีวิตประจำวัน

เปลี่ยนตัวแทนเป็น Life Care Partner ตั้งเป้า Top 5 ปี 2571

นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บริษัทปรับแนวทางการทำงานของฝ่ายขายจากการเริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ มาเป็นการเริ่มต้นจากชีวิตและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมยกระดับตัวแทนสู่บทบาท Life Care Partner (LCP) เพื่อให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยเฉพาะการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ

เครื่องมือสำคัญคือ “4 บัญชีชีวิตดี” (The 4 GoodLife Accounts Guide) ที่ช่วยให้ตัวแทนและลูกค้าประเมินความพร้อมและวางแผนชีวิตใน 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาพกาย การเงิน สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย “2X Scale Up Team: Mission to Infinity” ที่มุ่งผลักดันช่องทางตัวแทนให้ติด Top 5 ภายในปี 2571

ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทเดินหน้าพัฒนาศักยภาพฝ่ายขายผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา การเสริมทักษะด้านการเงินและนวัตกรรม ตลอดจนสนับสนุนตัวแทนเข้าร่วมเวทีวิชาชีพระดับนานาชาติ เช่น MDRT และ GAMA พร้อมส่งเสริมการพัฒนาคุณวุฒิ CFP และ AFPT ควบคู่กับการฝึกอบรมหลักสูตร “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” และต่อยอดสู่ Life Care Partner ที่เน้นความรู้ด้าน Longevity และการดูแลคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน

ปัจจุบันมีตัวแทนผ่านหลักสูตรตัวแทนแห่งความใส่ใจแล้วกว่า 65% ขณะที่ตัวแทนรุ่นใหม่ที่ผ่านหลักสูตร Life Care Partner และนำความรู้ไปใช้ในการทำงาน มีอัตราการซื้อซ้ำจากลูกค้าเดิมสูงขึ้นถึง 75% ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย นอกจากนี้ ในช่วงเดือนเมษายน–กรกฎาคม 2569 กรมธรรม์ใหม่จากกลุ่ม Life Care Partner เติบโต 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายโชนกล่าวทิ้งท้ายว่า การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพต้องอาศัยความพร้อมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเงิน และความสัมพันธ์ การดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยกรุงเทพประกันชีวิตมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และบทบาทของตัวแทนให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนไทยพร้อมรับมือกับทุกช่วงวัยของชีวิต