BAM ปิดดีลหุ้นกู้เพื่อสังคม 4,500 ล้านบาท ยอดจองทะลุ 5,800 ล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.69% สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม (Social Bond) เป็นครั้งแรก วงเงินรวม 4,500 ล้านบาท มียอดความต้องการลงทุนกว่า 5,800 ล้านบาท เสนอขายนักลงทุนสถาบัน แบ่งเป็น 3 รุ่น อายุ 1 ปี 8 เดือน 3 ปี และ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.69% ต่อปี ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพธุรกิจบริหารสินทรัพย์ พร้อมนำเงินทุนไปสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ให้กลุ่มลูกหนี้เปราะบางและผู้ประกอบการ MSMEs ที่ประสบปัญหาทางการเงิน

ความสำเร็จในการระดมทุนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ BAM ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้มีความเหมาะสมและยืดหยุ่น รองรับแผนธุรกิจในระยะยาว โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 รุ่นเป็นประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ และที่ปรึกษาการจัดโครงสร้างการเงินเพื่อความยั่งยืน ขณะที่บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของ BAM ที่ระดับ A- สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและความสามารถในการดำเนินงาน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุนเงินทุน และการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตกับความมั่นคงทางการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย

สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม จะนำไปสนับสนุนการให้บริการปรับโครงสร้างหนี้แก่กลุ่มผู้เปราะบางทางการเงิน ผู้ที่มีประวัติเครดิตด้อยคุณภาพ ตลอดจนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน ภายใต้กรอบ Sustainable Finance Framework ของบริษัท

ด้านศักยภาพการแข่งขัน BAM มีจุดแข็งจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งฐานข้อมูล เครือข่ายการดำเนินงาน และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการจัดการทรัพย์สินรอการขาย ควบคู่กับการขยายความร่วมมือทางธุรกิจและพัฒนารูปแบบรายได้ใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ดร.รักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า BAM ไม่ได้มองการระดมทุนเป็นเพียงการเพิ่มแหล่งเงินทุนให้กับองค์กร แต่เป็นการวางรากฐานทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยมุ่งบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าภารกิจฟื้นหนี้ ฟื้นทรัพย์ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนและระบบเศรษฐกิจไทย

“เป้าหมายของ BAM ไม่ใช่เพียงการเติบโตขององค์กร แต่คือการเติบโตที่สร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว พร้อมระบุว่าการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะช่วยเสริมความพร้อมด้านเงินทุน เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์และต่อยอดความเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ภายใต้แนวคิด “สร้างโอกาสจากวิกฤต สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน”