คปภ. เร่งยกระดับประกันภัยไทย รับมือความเสี่ยงยุคใหม่ ผนึก 7 เทคโนโลยีโชว์นวัตกรรม InsurTech Summit 2026

คปภ. จัดงาน InsurTech Summit 2026 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ C asean Ratchada อาคาร CW Tower กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Intelligent. Resilient. Beyond Boundaries – Where Insurance Meets Life and Trust” เชื่อมความร่วมมือระหว่างภาคประกันภัย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ประกอบการเทคโนโลยี เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมประกันภัยไทย ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ พร้อมเปิดเวที 7 องค์กรนำเสนอโซลูชัน AI, Data และ HealthTech มุ่งสร้างระบบประกันภัยที่มั่นคง ยืดหยุ่น และเป็นกลไกรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “National Risk Buffer: The Shield Behind Thailand’s Economy” สะท้อนทิศทางการยกระดับบทบาทของระบบประกันภัย จากเดิมที่มุ่งคุ้มครองความเสี่ยงของบุคคลและภาคธุรกิจ สู่การเป็นกลไกสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความท้าทายจากภัยพิบัติ เทคโนโลยี ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนขึ้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยในยุคใหม่ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทประกันภัย ผู้ประกอบการเทคโนโลยี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประชาชนและรองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างทั่วถึง และใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงได้อย่างแท้จริง

นายชูฉัตร ประมูลผล

เปิด 4 เสาหลัก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยยุคดิจิทัล

การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยสู่อนาคต คปภ. วางแนวทางผ่าน 4 เสาหลัก (4 Pillars) ที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน ได้แก่

  1. Stability & Ecosystem Synergy เสริมสร้างเสถียรภาพและความร่วมมือในระบบนิเวศประกันภัย เชื่อมโยงทรัพยากร องค์ความรู้ และศักยภาพของหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจ และพันธมิตร เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการรับมือความเสี่ยง
  2. Technology & Data-Driven for Inclusion นำ AI และข้อมูลมาเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการ ไปจนถึงการจัดการสินไหม พร้อมลดข้อจำกัดด้านต้นทุนและขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสม
  3. Resilience & Healthspan เชื่อมโยงธุรกิจประกันภัย ระบบสาธารณสุข และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพเชิงป้องกัน การบริหารความเสี่ยง และการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว รองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและความเสี่ยงด้านสุขภาพ
  4. Human Skill พัฒนาทักษะบุคลากรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยเฉพาะการใช้ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้ธุรกิจและผลักดันนวัตกรรมให้เกิดขึ้นจริง

นายชูฉัตรกล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 4 เสาหลักต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยความร่วมมือและเสถียรภาพเป็นรากฐาน เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสเข้าถึงความคุ้มครอง ขณะที่การบริหารความเสี่ยงและนวัตกรรมสุขภาพช่วยเสริมความสามารถในการปรับตัว ส่วนการพัฒนาบุคลากรเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันทุกด้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน และทำหน้าที่เป็น National Risk Buffer ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7 องค์กรโชว์โซลูชัน AI – HealthTech ต่อยอดธุรกิจประกันภัย

ภายในงานมีการบรรยายและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมการประยุกต์ใช้ AI และข้อมูลเพื่อบริหารความเสี่ยง การพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาพ การประกันภัยความเสี่ยงจาก AI นวัตกรรมสุขภาพเฉพาะบุคคล ตลอดจนการพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Demo Showcase ภายใต้แนวคิด “7 นวัตกรรม 7 เวทีสาธิต” เปิดพื้นที่ให้ 7 องค์กรนำเสนอโซลูชันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจประกันภัย ได้แก่

  • iBotnoi นำเสนอ Enterprise AI ทั้งผู้ช่วยอัจฉริยะด้านเสียงและข้อความ เทคโนโลยีวิเคราะห์อารมณ์ และอวตารเสมือนจริง เพื่อยกระดับบริการลูกค้า
  • BDMS นำเสนอการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพ ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการดูแลสุขภาพระยะยาว
  • Mega Wiz ประยุกต์ใช้ Health AI และข้อมูลสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการพิจารณารับประกันภัยและประเมินความเสี่ยง
  • AppMan นำเสนอโซลูชัน Digital Customer Experience และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการในธุรกิจประกันภัยและสถาบันการเงิน
  • PX PropertyExpert ใช้ AI ผสานความเชี่ยวชาญของบุคลากรในการประเมินและบริหารจัดการความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • Bluebik นำเสนอโซลูชัน Digital Transformation การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และ Cybersecurity
  • NEOZO นำเสนอ Data Platform, AI และ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการจากบริษัทประกันภัย บริษัทเทคโนโลยี และผู้ประกอบการนวัตกรรมกว่า 25 บูธ ครอบคลุม AI, Data, Digital Transformation, HealthTech, FinTech และ InsurTech Solutions เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเทคโนโลยีใหม่ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และมองหาแนวทางนำโซลูชันไปต่อยอดในธุรกิจจริง

AWS ร่วมเชื่อมระบบนิเวศ สร้างโครงสร้างพื้นฐานประกันภัยยุคใหม่

ด้าน Amazon Web Services (AWS) Thailand เข้าร่วมสนับสนุนการจัดงาน พร้อมเปิดพื้นที่เครือข่าย “Connect Beyond the Sessions” และร่วมแบ่งปันมุมมองในช่วง Closing Session ถึงความสำคัญของความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพ และบริษัทประกันภัย

โดยเน้นย้ำบทบาทของการเชื่อมโยงข้อมูลและระบบคลาวด์ ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย ตลอดจนเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสร้างพันธมิตรและพัฒนานวัตกรรมร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

การจัดงาน InsurTech Summit 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการต่อยอดความร่วมมือเพื่อสร้างระบบนิเวศประกันภัยที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากรเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงของประชาชน เพิ่มความเชื่อมั่น และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมก้าวสู่การเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว