POINTX เปิดเกม “The Ultimate Connectivity Platform” ผนึกพาร์ทเนอร์ระดับโลก ปลดล็อกพอยท์สู่ประสบการณ์เดินทางเต็มรูปแบบ

68

เดินหน้าชู 3 กลยุทธ์ยกระดับการใช้พอยท์ครบวงจร ทั้งการเชื่อมต่อสิทธิประโยชน์ในกลุ่ม SCBX ขยายความร่วมมือพันธมิตรหลากอุตสาหกรรม และพัฒนาแพลตฟอร์มใช้งานไร้รอยต่อ พร้อมจับมือ Expedia เปิดตัว “XTravel” เปลี่ยนทุกคะแนนสะสมให้กลายเป็นมูลค่าใช้ได้จริง ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

คุณกฤตธี มโนลีหกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พอยท์เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมา พอยท์สะสมมักถูกมองเป็น ‘มูลค่าที่ถูกลืม’ เพราะพอยท์สะสมต่าง ๆ มักจะอยู่กระจัดกระจายในหลายแพลตฟอร์ม และมีข้อจำกัดในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการใช้งานแอป POINTX ในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้งานหันมาใช้พอยท์เพื่อบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งนี้ กว่า 43% ของการใช้พอยท์ถูกนำไปแลก Cashback และชำระบิลบัตรเครดิต รองลงมาคือการแลกสินค้าและ e-Coupon คิดเป็น 29% และการแลกไมล์สะสม คิดเป็น 16% ขณะที่การใช้พอยท์โดยรวมเติบโตถึง 217% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน* นอกจากนี้ การใช้พอยท์ผ่านช่องทางสแกน QR Code ยังเติบโตขึ้นถึง 123% และการช้อปออนไลน์ผ่าน Mobile Banking เติบโตขึ้นกว่า 113% (*ข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568)

จากแนวโน้มดังกล่าว POINTX จึงอยากเข้ามาเปลี่ยนนิยามใหม่ให้กับพอยท์สะสม จากเดิมที่เป็นเพียง ‘ของรางวัลที่เข้าถึงยาก’ สู่ ‘มูลค่าที่ใช้ได้จริงในทุกวัน’ เพื่อทลายข้อจำกัด เพิ่มความคล่องตัว และทำให้ทุกคนสามารถนำพอยท์สะสมที่มีอยู่ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกและสร้างความคุ้มค่าได้อย่างแท้จริง”

ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2569 ด้วยแนวคิด “The Ultimate Connectivity Platform”

ในปี 2569 นี้ POINTX เดินหน้าเสริมความเป็นผู้นำในตลาดพอยท์แพลตฟอร์ม ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด The Ultimate Connectivity Platform ที่มุ่งส่งมอบ 3 คุณค่าหลักให้แก่ผู้บริโภค ได้แก่ การขยายความคุ้มค่าในการใช้พอยท์ให้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน (Value), การเพิ่มอิสระในการเลือกใช้พอยท์จากหลากหลายแหล่ง ไม่ถูกจำกัด (Choices) และการยกระดับการใช้งานให้สะดวกในทุกช่องทาง เพื่อให้พอยท์พร้อมใช้ทุกที่ ทุกเวลา (Flexibility) ทั้งนี้ เพื่อผลักดันคุณค่าดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม POINTX จึงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งผ่านการเชื่อมต่อ 3 มิติสำคัญ ได้แก่

  • การเชื่อมต่อศักยภาพภายในกลุ่ม SCBX (Group Connectivity) เพื่อขยายโอกาสการสะสมและต่อยอดการใช้พอยท์ให้ครอบคลุมฐานลูกค้าภายในกลุ่ม SCBX กว่า 17 ล้านราย อาทิ ลูกค้าที่ใช้งานแอป SCB EASY ลูกค้าบัตรเครดิต และลูกค้าบัตรเดบิต เป็นต้น
  • การเชื่อมต่อกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม (Partner Connectivity) เพื่อเพิ่มทางเลือกและขยายการใช้งานพอยท์ ทั้งการโอนและใช้พอยท์ให้กว้างขึ้น ครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรม
  • การเชื่อมต่อประสบการณ์การใช้งานในทุกช่องทาง (Omni-Channel Connectivity) ใช้พอยท์ได้อย่างไร้รอยต่อในทุกช่องทาง ทั้งหน้าร้าน ออนไลน์ และแพลตฟอร์มของพาร์ทเนอร์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถนำพอยท์ไปใช้ได้ทุกจังหวะของชีวิต

นอกจากนี้ ล่าสุด POINTX ยังได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Expedia Group เปิดตัว แพลตฟอร์ม XTravel Powered by Expedia แพลตฟอร์มที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่เชื่อมต่อกับแอป POINTX เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและแลกพอยท์เพื่อใช้ชำระค่าตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และบริการท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างสะดวกง่ายดาย โดยบริการดังกล่าวเปิดให้เข้าถึงได้ผ่านแอป POINTX เท่านั้น

คุณแคโรไลนา คาเบโร SVP B2B Sales Expedia Group กล่าวว่า “พฤติกรรมของนักเดินทางในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ผู้บริโภคหันมาใช้โทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางหลักในการค้นหาและจองการเดินทาง พร้อมให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน ‘การเดินทาง’ ยังกลายเป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์สำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นประสบการณ์ที่สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าส่วนลดหรือเงินคืน โดยข้อมูลจาก Expedia Group ยังพบว่า 82% ของผู้บริโภคนิยมจองการเดินทางผ่านแพลตฟอร์มที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ หากเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ หรือพัฒนาโดยแพลตฟอร์มที่พวกเขาเชื่อถือ

ความร่วมมือกับ POINTX ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อนำเทคโนโลยีและเครือข่ายการเดินทางระดับโลกของ Expedia Group มาผสานเข้ากับระบบนิเวศของ POINTX ผ่านแพลตฟอร์ม XTravel Powered by Expedia เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และจองเที่ยวบิน หรือที่พักจากทั่วโลกได้ภายในแอปเดียว พร้อมตรวจสอบและใช้พอยท์ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงสามารถใช้พอยท์ร่วมกับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตได้อย่างยืดหยุ่น ช่วยเปลี่ยนพอยท์สะสมให้เป็นประสบการณ์การเดินทางได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อ”

POINTX ผนึกกำลัง SCB, CardX, The Mall Group และพาร์ทเนอร์ชั้นนำอีกมากมาย ยกระดับประสบการณ์การใช้พอยท์ที่คุ้มค่าให้กับผู้บริโภค

นอกจากนี้ POINTX ยังเดินหน้าจับมือพาร์ทเนอร์ชั้นนำอีกมากมาย ทั้งในกลุ่ม SCBX และองค์กรชั้นนำของไทย เพื่อร่วมกันต่อยอดการใช้งานให้กว้างขึ้น ทั้งการสะสม การโอน ไปจนถึงการเลือกใช้พอยท์ ไม่ว่าจะเป็น SCB ที่มองว่าการเปิดให้มีการเชื่อมต่อคะแนน POINTX เข้ากับบัตรเดบิต SCB LET’S ภายใต้แนวคิด “แค่ใช้ก็ได้พอยท์”  ถือเป็นการยกระดับบทบาทของบัตรเดบิตจาก “บัตรสำหรับกดเงินสด” สู่ “ทางเลือกของการใช้จ่ายที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน” ที่ลูกค้าสามารถรับพอยท์จากทุกการใช้จ่าย และนำไปใช้ต่อได้อย่างหลากหลาย ขณะที่ CardX พบว่าหลังเชื่อมต่อคะแนนบน POINTX ลูกค้ามีการแลกคะแนนอย่างต่อเนื่องมากขึ้น สะท้อนถึงการเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงการแลกคะแนนที่ง่ายและสะดวก สามารถแลกคะแนนได้ทันทีในทุกช่วงเวลา ยกระดับ Loyalty Program ช่วยสร้างประสบการณ์และสนับสนุนการเติบโตของการใช้จ่ายผ่านบัตรอย่างยั่งยืน และ The Mall Group มองว่าการเป็นพันธมิตรกับ POINTX มอบอิสระให้ลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งการโอนพอยท์ข้ามแพลตฟอร์ม การรับพอยท์คืนเมื่อสแกนจ่ายในห้างฯ และการแลกสินค้าและ e-Coupon ส่วนลดห้างฯ เครือเดอะมอลล์ บน XStore ซึ่งลูกค้าสามารถใช้พอยท์ได้อย่างไร้รอยต่อ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ ซึ่ง POINTX ยังมีการจับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำอีกมากมายในทุกอุตสาหกรรม เพื่อขยายบทบาทของพอยท์ให้กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มความคุ้มค่าและเติมเต็มประสบการณ์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร้ขีดจำกัดและสามารถนำพอยท์ไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์

“เป้าหมายของ POINTX ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นแอปพลิเคชันสะสมและแลกพอยท์ แต่เรามุ่งสู่การเสริมสร้างความเป็นผู้นำในฐานะ ‘Point Platform’ ที่เชื่อมต่อระบบสะสมพอยท์ สิทธิประโยชน์ และไลฟ์สไตล์การใช้พอยท์ในชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับบทบาทของพอยท์ให้มีคุณค่ามากกว่าที่เคย และสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้งาน ขณะเดียวกัน POINTX ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้กลุ่ม SCBX และพาร์ทเนอร์สามารถสร้างความผูกพันกับลูกค้า ขยายโอกาสทางธุรกิจและฐานลูกค้า พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” นายกฤตธี กล่าวทิ้งท้าย